
อย่าคิดว่าฟิล์มกันรอยจะช่วยปกป้อง MacBook ได้เสมอไป เพราะพื้นที่ระหว่างหน้าจอกับคีย์บอร์ดถูกออกแบบมาอย่างพอดี การเพิ่มฟิล์มที่หนาเกินไปอาจทำให้ปิดฝาไม่สนิท และเสี่ยงสร้างความเสียหายให้หน้าจอ
การติดฟิล์มกันรอยจอสมาร์ตโฟนถือเป็นเรื่องปกติ เพราะตัวเครื่องมีโอกาสตกหรือถูกขีดข่วนได้ง่าย แต่ MacBook นั้นสถานการณ์แตกต่างออกไป เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้งานบนโต๊ะและหน้าจอสามารถพับเก็บได้เมื่อพกพา ทำให้ความจำเป็นในการติดฟิล์มอาจไม่มากเท่าที่คิด ที่สำคัญคือ ฟิล์มกันรอยบางประเภทอาจสร้างปัญหาให้กับ MacBook มากกว่าที่ช่วยป้องกัน
หน้าจอ MacBook มีชั้นเคลือบลดแสงสะท้อนอยู่บนผิว หากติดฟิล์มที่ใช้กาวและต้องลอกออกในภายหลัง แรงดึงอาจทำให้ชั้นเคลือบดังกล่าวเกิดความเสียหาย เช่น แตกร้าว หลุดล่อน หรือเกิดรอยที่มองเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ฟิล์มยังอาจทำให้คุณภาพการแสดงผลลดลง ทั้งเรื่องความคมชัดและการกระจายแสง โดยเฉพาะฟิล์มที่มีความหนาหรือพื้นผิวไม่เหมาะสม

สิ่งที่น่ากังวลกว่าคุณภาพของภาพคือ ความหนาของฟิล์ม เพราะ MacBook ถูกออกแบบให้มีช่องว่างระหว่างหน้าจอกับคีย์บอร์ดเพียงเล็กน้อย เมื่อพับฝาลง หากติดฟิล์มกระจกหรือฟิล์มที่มีความหนามากเกินไป มันอาจเข้าไปลดช่องว่างดังกล่าว เมื่อผู้ใช้กดหรือออกแรงกับฝาเครื่อง แรงกดอาจถูกส่งไปยังหน้าจอและทำให้เกิดความเสียหายได้
Apple ยังเตือนถึงอุปกรณ์เสริมประเภทอื่นที่อาจรบกวนระยะห่างระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่อง เช่น เคสแบบแข็ง แผ่นคลุมคีย์บอร์ด และฝาปิดกล้องเว็บแคม เคสที่หนาหรือมีน้ำหนักมากอาจเพิ่มภาระให้บานพับ ขณะที่เคสบางรุ่นอาจกีดขวางการระบายความร้อน ส่วนแผ่นคลุมคีย์บอร์ดอาจทิ้งรอยไว้บนหน้าจอเมื่อพับเครื่อง
สำหรับฝาปิดเว็บแคม หากจำเป็นต้องใช้ ควรเลือกแบบที่บางมาก โดย Apple แนะนำให้มีความหนาไม่เกินกระดาษพิมพ์ทั่วไป และควรถอดออกก่อนปิดฝา MacBook
หากจำเป็นต้องป้องกันคนรอบข้างแอบมองหน้าจอ ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าฟิล์มติดถาวรคือ แผ่นกรอง Privacy Screen แบบแม่เหล็กที่บางเฉียบ เพราะไม่ต้องใช้กาวและสามารถถอดออกได้เมื่อไม่ใช้งาน
ดังนั้นคนที่ใช้ MacBook อยู่ ไม่ติดฟิล์มอาจปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะฟิล์มที่มีความหนาหรือใช้กาวติดกับหน้าจอ เพราะการเพิ่มอุปกรณ์เข้าไปเพียงเล็กน้อย อาจกระทบกับระยะห่างที่ Apple ออกแบบมาอย่างแม่นยำ และจากอุปกรณ์ที่ตั้งใจจะช่วยป้องกันเครื่อง อาจกลายเป็นตัวสร้างความเสียหายเสียเอง
ที่มา engadget






