
Instagram เสนอเงินให้ครีเอเตอร์บางรายสูงถึง 500,000 เหรียญหรือราว 17 ล้านบาท เพื่อจูงใจให้ผลิตวิดีโอคอนเทนต์รูปแบบยาว หวังดึงเวลาการรับชมจาก YouTube มาอยู่บนแพลตฟอร์มมากขึ้น
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Features ซึ่งรองรับวิดีโอแนวนอนความยาวสูงสุด 90 นาที เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์นำเสนอคอนเทนต์ได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายการพอดแคสต์ บทสัมภาษณ์ สารคดี หรือรายการที่แบ่งเป็นตอน ๆ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเองอยู่กับคลิปสั้นแบบ Reels อีกต่อไป

Business Insider รายงานว่า Instagram เสนอค่าตอบแทนให้ครีเอเตอร์บางกลุ่มตั้งแต่ 50,000 – 500,000 เหรียญ หรือประมาณ 1.7-17 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของแต่ละราย โดย Meta ยืนยันว่ามีการสนับสนุนเงินทุนให้ครีเอเตอร์โดยตรงจริง แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของสัญญา เช่น จำนวนวิดีโอที่ต้องผลิตหรือระยะเวลาของข้อตกลง
ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้บังคับให้ครีเอเตอร์ต้องทำคอนเทนต์แบบ Exclusive หรือเผยแพร่เฉพาะบน Instagram เท่านั้น หมายความว่ายังสามารถลงวิดีโอเดียวกันบน YouTube ได้ตามปกติ โดยบางรายอาจได้รับคำขอให้เผยแพร่คอนเทนต์รูปแบบยาวบน Instagram ในวันเดียวกันด้วย
แนวทางนี้ช่วยให้ Instagram สามารถดึงครีเอเตอร์ที่มีฐานผู้ชมอยู่แล้วเข้ามาสร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มได้ โดยไม่ต้องบังคับให้พวกเขาทิ้งช่องทางเดิมที่สร้างรายได้และมีผู้ติดตามอยู่ก่อนแล้ว
Instagram ยังวางระบบให้ Reels ทำหน้าที่เป็นช่องทางโปรโมตคอนเทนต์วิดีโอฉบับเต็ม โดยครีเอเตอร์สามารถเชื่อมโยงคลิปสั้นได้สูงสุด 8 คลิปเข้ากับวิดีโอต้นฉบับ เพื่อให้ผู้ชมที่เจอคลิปไฮไลต์บนหน้าฟีดสามารถกดรับชมเนื้อหาเต็มต่อได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากแอป
ฟีเจอร์ Features เปิดตัวโดย Adam Mosseri หัวหน้า Instagram และ Tessa Lyons รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ หลังจากผ่านการทดสอบเบื้องต้นในบราซิล ปัจจุบันเริ่มเปิดให้ครีเอเตอร์บางกลุ่มในสหรัฐฯ ทดลองใช้งานแล้ว และมีแผนขยายการให้บริการเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
การขยับครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งใหม่ของ Instagram ในการเข้าสู่ตลาดวิดีโอขนาดยาว หลังจากเคยเปิดตัว IGTV มาก่อน แต่สุดท้ายก็ยุติให้บริการไปในปี 2022
แม้การเสนอเงินสูงถึงหลักแสนเหรียญจะช่วยดึงดูดครีเอเตอร์ชื่อดังให้เข้ามาร่วมแพลตฟอร์มได้ แต่คำถามสำคัญคือ แล้วครีเอเตอร์รายอื่นที่ไม่ได้รับข้อเสนอพิเศษจะสร้างรายได้จากวิดีโอเหล่านี้ได้อย่างไร?
เพราะปัจจุบัน Instagram ยังไม่มีระบบแบ่งรายได้จากโฆษณาสำหรับวิดีโอรูปแบบยาวที่ครอบคลุมและชัดเจนเหมือน YouTube Partner Program โดย Adam Mosseri ยอมรับว่าเรื่องรายได้เป็นปัจจัยสำคัญ และบริษัทกำลังพิจารณารูปแบบการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนผู้สร้างคอนเทนต์กลุ่มนี้
อีกทางเลือกหนึ่งคือการทำงานร่วมกับแบรนด์และสปอนเซอร์ ซึ่งครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงสามารถนำผู้สนับสนุนเดิมมาใช้กับรายการบน Instagram ได้ ขณะที่แพลตฟอร์มก็กำลังมองหาวิธีช่วยให้ครีเอเตอร์รายอื่นสามารถสร้างรายได้ในลักษณะเดียวกัน
ที่มา designtaxi






