
ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่าดูแค่ราคาและรีวิว ผู้บริโภคต้องรู้ทันและฉลาดขึ้น วันนี้ทีมงาน CEEi.co พาไปทำความรู้จักกับ “ฉลาดพลัส” โครงการที่เปลี่ยนผลทดสอบห้องแล็บให้เป็นข้อมูลที่เข้าใจง่าย ช่วยให้คนไทยเลือกซื้อสินค้าได้ฉลาดขึ้น
ทุกวันนี้การซื้อสินค้าออนไลน์ง่ายมากแต่สิ่งที่ยากกว่าคือการแยกให้ออกว่า สินค้าชิ้นไหนปลอดภัยและได้มาตรฐานจริง เพราะในแพลตฟอร์มออนไลน์มีสินค้าเหมือนกันจำนวนมาก แถมราคาก็ต่างกันตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยต้องตัดสินใจเลือกจากราคาหรือรีวิวเป็นหลัก
ปัญหาคือ คนส่วนใหญ่มองข้ามข้อมูลสำคัญอย่างความปลอดภัย ซึ่งต้องอาศัยการทดสอบจากห้องปฏิบัติการถึงจะพิสูจน์ได้ นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ “ฉลาดพลัส” ที่ต้องการนำข้อมูลทางเทคนิคจากห้องแล็บมาแปลงให้เป็นภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจซื้อได้จริง
หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) คือ การตรวจสอบสินค้าที่กระจายอยู่ทั้งหน้าร้านและบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่แค่ 100 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งปีหนึ่งก็ทำได้อยู่แค่ราวๆ 4,000 เคสเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าที่วางขายในตลาด

นั่นจึงเกิดเป็นไอเดียการป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่ตรวจจับหลังสินค้าวางตลาด แต่ต้องทำให้ผู้บริโภคมีความรู้และสามารถปฏิเสธสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานได้ด้วย เพราะหากผู้ซื้อไม่เลือกซื้อสินค้าเหล่านี้ก็จะช่วยลดพื้นที่ของสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานลงได้ นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการนี้ที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของสมอ. และบริษัท โซเชียลแล็บ จำกัด
ผู้ผลิตหลายรายมักจะลักไก่ นำสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดไปส่งทดสอบเพื่อขอใบอนุญาต แต่เมื่อผลิตออกมาขายจริงกลับมีการลดสเปกลงจนสินค้าไม่ตรงกับตัวอย่างที่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นการตรวจสอบเฉพาะช่วงก่อนออกใบอนุญาตอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการสุ่มตรวจสินค้าที่วางขายจริงในตลาดด้วย

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ทางสมอ.ตรวจพบการปลอมแปลงเครื่องหมาย มอก. และ QR Code เพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐานหลายชนิดมีการปลอมแปลงในหลายรูปแบบ เช่น QR Code บนสินค้าอาจไม่ได้พาไปยังเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ แต่ลิงก์ไปยัง Google Drive ของผู้ขายเพื่อแสดงเอกสารที่ทำขึ้นเอง หรือบางกรณีข้อมูลใบอนุญาตที่สแกนได้กลับเป็นของสินค้าคนละประเภท เช่น พาวเวอร์แบงก์ แต่ข้อมูลที่ปรากฏเป็นใบอนุญาตของหม้อหุงข้าวหรือหม้อทอดไฟฟ้า ดังนั้นการเห็น QR Code หรือเครื่องหมาย มอก. บนกล่อง ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจซื้อ

แนวคิดของ “ฉลาดพลัส” จึงไม่ได้มาแทนเครื่องหมายมอก. แต่เข้ามาเสริมในอีกมุม ด้วยการนำข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ห้องแล็บ หน่วยงานรัฐ และผู้บริโภคมาทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดระบบตรวจสอบที่ครอบคลุมมากขึ้น
โครงการนี้จะเป็นดึงผู้บริโภค สื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และห้องปฏิบัติการ มาร่วมสร้างความเข้าใจ เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกใช้เฉพาะสินค้าที่ปลอดภัย โดยนำร่องเฟสแรกด้วย พาวเวอร์แบงก์ ที่หลายคนพกติดตัวและใช้งานแทบทุกวัน แต่ก็มีความเสี่ยงด้านความร้อน การลัดวงจร และปัญหาจากแบตเตอรี่ หากผลิตหรือใช้งานอย่างไม่เหมาะสม
ภายใต้ร่วมมือกับหน่วยงานด้านเทคนิคและห้องปฏิบัติการ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) จะเปิดให้ทีมงานเข้าถ่ายทำการทดสอบเป็นครั้งแรก พร้อมนำเสนอเฉพาะผลการทดสอบที่สามารถเปิดเผยได้ โดยยึดหลักความถูกต้อง แหล่งที่มา และขอบเขตของหลักฐาน

ผลจากโครงการนำร่องจะต่อยอดรูปแบบการดำเนินงานในอนาคต รวมถึงการทดสอบผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น ปลั๊กพ่วง แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจของ “ฉลาดพลัส” คือพยายามก้าวข้ามการดูแค่ว่า “ผ่านมาตรฐานหรือไม่” ไปสู่การช่วยตอบคำถามที่คนซื้ออยากรู้จริง ๆ เช่น พาวเวอร์แบงก์ระบุความจุไว้กี่ mAh ตัวเลขนั้นตรงกับการใช้งานจริงหรือไม่? ชาร์จเร็วแค่ไหน? ร้อนมากหรือเปล่า? พกพาสะดวกไหม? รองรับฟังก์ชันอะไรบ้าง?
ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาประกอบเป็น ระบบคะแนนหรือเกณฑ์การเลือก โดยใช้ผลทดสอบด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน แล้วเพิ่มเติมด้วยปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ใช้งานจริง เช่น ความจุ ประสิทธิภาพการชาร์จ ความร้อน ดีไซน์ และฟังก์ชันต่าง ๆ พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ผู้บริโภคต้องอ่านข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก ก็มีแนวคิดที่จะ แปลข้อมูลจากห้องแล็บให้กลายเป็นภาษาที่คนทั่วไปใช้ตัดสินใจได้

อีกส่วนสำคัญของโครงการคือ การทำงานร่วมกันระหว่าง สมอ. สภาองค์กรของผู้บริโภค ห้องปฏิบัติการ ผู้เชี่ยวชาญ, อินฟลูและสื่อยุคใหม่ เนื่องจากข้อมูลมาตรฐานส่วนใหญ่มักเป็นศัพท์เทคนิคที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้ยาก แต่อินฟลูสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเล่าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้ากับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ของคนยุคใหม่

เป้าหมายสำคัญคือ การเพิ่มข้อมูลที่ตรวจสอบได้เข้าไปในคอนเทนต์ เพื่อให้ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจจากความเชื่อหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
“ฉลาดพลัส” จึงไม่ได้มองเรื่องมาตรฐานเป็นเพียงเรื่องของหน่วยงานรัฐหรือห้องแล็บ แต่พยายามนำข้อมูลเหล่านั้นออกมาอยู่ในมือของผู้บริโภคในรูปแบบที่ย่อยและเข้าใจได้ง่ายสามารถใช้ข้อมูลจากการทดสอบและมาตรฐานมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจได้ด้วย
สำหรับคนที่สนใจสามารถติดตาม ‘ฉลาดพลัส’ ซีซั่นแรก และองค์ความรู้จากโครงการผ่านช่องทาง Facebook และ YouTube : Ceemeagain และช่องทางของโครงการที่จะประกาศต่อไป






