
พาไปทำความรู้จักกับประตูระบายน้ำขนาดยักษ์ของโอซาก้า ที่เป็นเครื่องมือสำคํญที่ช่วยปิดกั้นทางน้ำเพื่อป้องกันเมืองจากน้ำทะเลหนุนและคลื่นพายุซัดฝั่ง
โอซาก้าถือเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีเครือข่ายแม่น้ำและคลองจำนวนมากเชื่อมต่อกับอ่าวโอซาก้า ทำให้มีข้อได้เปรียบด้านการคมนาคมและการค้า แต่ก็ทำให้พื้นที่จำนวนมากมีความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนและคลื่นพายุซัดฝั่ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดไต้ฝุ่นรุนแรง
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว ญี่ปุ่นได้พัฒนาระบบ ประตูป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ ตามจุดสำคัญของแม่น้ำ ทำหน้าที่เหมือนแนวกั้นระหว่างทะเลกับพื้นที่เมืองเพื่อปกป้องเมืองจากไต้ฝุ่นและปรากฏการณ์ Storm Surge หรือน้ำทะเลหนุนสูงจากพายุ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นแล้วเอ่อท่วมในเขตตัวเมืองได้
โครงการนี้เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1970 หลังโอซาก้าเผชิญเหตุการณ์น้ำหนุนจากพายุหลายครั้งจนสร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยแนวคิดการออกแบบได้รับอิทธิพลจากระบบโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์
ระบบป้องกันน้ำท่วมของโอซาก้าประกอบด้วย ประตูระบายน้ำหลัก 3 แห่ง ได้แก่ ประตูระบายน้ำแม่น้ำอาจิ (Ajigawa), แม่น้ำชิรินาชิ (Shirinashigawa) และแม่น้ำคิซุ (Kizugawa) ทำหน้าที่ป้องกันบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับอ่าวโอซาก้า

ภาพจาก ignis
ในช่วงที่สภาพอากาศปกติ ประตูเหล่านี้จะเปิดอยู่ เพื่อให้เรือสามารถเดินทางผ่านและปล่อยให้น้ำไหลตามธรรมชาติ ระบบจึงแทบไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อมีการคาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นหรือคลื่นพายุอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประตูจะถูกสั่งให้ปิด เพื่อจำกัดการไหลย้อนกลับของน้ำทะเลเข้าสู่แม่น้ำและพื้นที่ชั้นในของเมือง
โครงสร้างแต่ละชุดใช้โครงสร้างเหล็กรูปโค้งขนาดใหญ่ น้ำหนักมากกว่า 500 ตัน แต่ได้รับการออกแบบให้สามารถเคลื่อนที่และปิดทางน้ำได้อย่างแม่นยำ โดยอาศัยระบบกลไกและระบบควบคุมที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถหมุนลงเพื่อปิดกั้นทางน้ำและป้องกันน้ำทะเลหนุนได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที หลังมีการประกาศเตือนภัยพายุ
รูปร่างของประตูที่มีลักษณะเป็น ซุ้มโค้งขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม กาใช้รูปทรงโค้งจะช่วยกระจายแรงดันจากน้ำไปยังโครงสร้างและจุดรองรับ ทำให้ประตูสามารถรับแรงมหาศาลจากน้ำที่ดันเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้แผ่นกั้นแบบเรียบเพียงอย่างเดียว เมื่อประตูถูกปิด มันจึงทำหน้าที่คล้ายกำแพงขนาดใหญ่ที่ช่วยลดโอกาสที่น้ำทะเลจะทะลักเข้าสู่พื้นที่เมือง
สิ่งที่น่าสนใจคือระบบเหล่านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับรับมือน้ำท่วมจากฝนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับ น้ำทะเลหนุน คลื่นพายุซัดฝั่ง และไต้ฝุ่น ซึ่งสามารถผลักดันมวลน้ำจากอ่าวเข้าสู่ระบบแม่น้ำได้ เมื่อรวมเข้ากับคันกั้นน้ำ สถานีสูบน้ำ และโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมอื่นๆ ประตูเหล่านี้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่ช่วยปกป้องพื้นที่เมืองและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโอซาก้า
โอซาก้ากำลังเดินหน้าปรับปรุง ประตูระบายน้ำหลัก 3 แห่ง เพื่อยกระดับการป้องกันเมืองจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะ สึนามิและคลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) พร้อมทดแทนประตูระบายน้ำรูปทรงโค้งรุ่นเดิมที่ใช้งานมายาวนานและเริ่มเสื่อมสภาพตามอายุ

โครงการนี้ครอบคลุมประตูระบายน้ำ Kizugawa, Ajigawa และ Shirinashigawa ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันพื้นที่ริมแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับอ่าวโอซาก้า โดยการก่อสร้างจะดำเนินการทีละแห่ง เนื่องจากต้องรักษาเส้นทางให้เรือสามารถสัญจรได้ตลอดช่วงการก่อสร้าง
สำหรับ Kizugawa Floodgate เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 และมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2031 ขณะที่ Ajigawa Floodgate เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2025 และคาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2033 ส่วน Shirinashigawa Floodgate มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2041
การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องความแข็งแรงและความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับภูมิทัศน์ของเมืองด้วย เนื่องจากประตูระบายน้ำรุ่นเดิมถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของทัศนียภาพเมืองโอซาก้า เมื่อระบบใหม่ก่อสร้างเสร็จ ประตูเดิมจะถูกรื้อถอน แต่จะมีการจัดทำของที่ระลึกเพื่อเก็บความทรงจำของโครงสร้างเหล่านี้เอาไว้
ประตูระบายน้ำรุ่นใหม่ได้รับการออกแบบผ่าน การประกวดแบบเพื่อให้ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างป้องกันภัยพิบัติ แต่ยังสามารถกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความปลอดภัยและจุดดึงดูดผู้มาเยือนในอนาคต
โครงสร้างป้องกันน้ำของโอซาก้าจึงเป็นอีกตัวอย่างของการนำวิศวกรรมขนาดใหญ่มาออกแบบให้ทำงานร่วมกับเมืองพร้อมรับมือภัยธรรมชาติในระยะยาว ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ของเมืองเอาไว้ด้วย
ที่มา thestoly / climatescan / pref.osaka






