วิกฤตชิปหน่วยความจำลากยาวถึงปี 2030 ดันต้นทุน iPhone และ Mac เสี่ยงแพงขึ้น

THE SUMMARY:

ใครที่กำลังวางแผนซื้อคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ อาจต้องเตรียมรับมือกับราคาที่สูงขึ้น เพราะวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกมีแนวโน้มยืดเยื้อไปจนถึงปี 2030 หลังความต้องการจากธุรกิจ AI พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบไปถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

AI ยิ่งโต ชิปหน่วยความจำยิ่งขาดแคลน

SK Hynix ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก มองว่าความต้องการหน่วยความจำจะยังสูงกว่าปริมาณการผลิตไปจนถึงปี 2030 สาเหตุสำคัญมาจากการลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การผลิตหน่วยความจำขั้นสูงมีความซับซ้อน และการสร้างโรงงานแห่งใหม่ต้องใช้เวลาหลายปี

แม้ผู้ผลิตจะเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แต่ก็อาจไม่ทันกับความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหน่วยความจำยังเผชิญแรงกดดันด้านราคาไปอีกนาน

ไม่ได้มีแค่ RAM แต่ PCB ก็เริ่มขาดแคลน

ปัญหายังลุกลามไปถึงแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเซิร์ฟเวอร์ AI ต้องใช้แผงวงจรที่ออกแบบมาให้รองรับการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ทำให้กำลังการผลิตถูกแย่งไปจากตลาดอื่น

ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่าง HP และ Dell จึงเริ่มเร่งทำข้อตกลงกับซัพพลายเออร์ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและกำลังการผลิต ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม

ผู้บริโภคอาจต้องจ่ายแพงขึ้น รวมถึงสาวก Apple

แม้บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Apple จะมีข้อได้เปรียบจากกำลังซื้อและเครือข่ายซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง สามารถจัดหาชิ้นส่วนล่วงหน้าเพื่อช่วยลดผลกระทบจากราคาที่พุ่งสูงขึ้นได้ แต่ก็ไม่อาจแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดไป

หากวิกฤตยังยืดเยื้อ ผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค ทำให้ iPhone, Mac และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ในอนาคตมีโอกาสปรับราคาสูงขึ้น หากความต้องการหน่วยความจำและแผงวงจรจากอุตสาหกรรม AI ยังไม่ลดลง ผู้บริโภคก็อาจต้องเผชิญกับทั้งสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นและระยะเวลารอคอยที่ยาวนานไปอีกหลายปี

ที่มา appleinsider

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...