
ปีที่แล้ว Honor เปิดตัว Honor 500 ซีรีส์ ซึ่งวางจำหน่ายแค่ในประเทศจีนเท่านั้น ปีนี้บริษัทเปิดตัว Honor 600 ซีรีส์ ซึ่งเป็นรุ่นที่วางจำหน่ายทั่วโลกด้วย
Honor 600 ซีรีส์มีการเปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมดจดเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า ด้านหลังมีบาร์ของกล้องที่ใหญ่ขึ้น พร้อมตัวเครื่องสีส้มโดดเด่น ที่สำคัญคือมีการอัปเกรดสเปกภายในและกล้องให้ดีขึ้นด้วย โดย Honor 600 และ Honor 600 Pro มีหน้าจอขนาดเท่ากันที่ 6.57 นิ้ว ความละเอียด 2,728 x 1,264 พิกเซล รีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz มาพร้อมกับคุณสมบัติถนอมสายตาที่เป็นเทคโนโลยีของ Honor เอง อย่าง 3,840Hz PWM dimming, ระบบลดแสงสีฟ้าระดับฮาร์ดแวร์ อีกทั้งยังมีความสว่างแบบ HDR สูงสุดถึง 8,000 nits

ด้านชิปเซ็ต Honor 600 มาพร้อมกับชิป Snapdragon 7 Gen 4 แรมสูงสุด 12/512GB ส่วน Honor 600 Pro มาพร้อมกับชิป Snapdragon 8 Elite
ในส่วนของกล้อง Honor 600 Pro มีกล้องทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และกล้องซูมแบบ Periscope ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูม 3.5x ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล

ส่วน Honor 600 มาพร้อมกับชิป Snapdragon 7 Gen 4 แรม 12/512GB กล้องหลังมีทั้งหมด 2 ตัว ได้แก่กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultrawide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทั้ง 2 รุ่นที่จำหน่ายในยุโรปจะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,700mAh ส่วนรุ่นที่จำหน่ายในเอเชียจะมีขนาด 7,000 mAh รองรับชาร์จไว 80W โดยเฉพาะรุ่นโปรที่จะได้ชาร์จไร้สาย 50W

Honor 600 ซีรีส์ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ MagicOS 10 บนพื้นฐานของ Android 16 พร้อมซอฟต์แวร์ AI อย่าง Honor AI Suite ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์ AI Image to Video 2.0 ฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างวิดีโอหลายรูปแบบได้บนอุปกรณ์ นอกจากนี้ Honor ยังมีปุ่ม AI ที่สามารถตั้งค่าเพื่อเรียกใช้ฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

Honor 600 และ Honor 600 Pro มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Black, Golden White และ Orange โดย Honor 600 มีสเปก 12/512GB ราคา 2,599 ริงกิต หรือประมาณ 21,000 บาท ส่วน Honor 600 Pro มีสเปกเริ่มต้น 12/256GB ราคา 3,099 ริงกิต หรือประมาณ 24,000 บาท
ที่มา GSMArena





