
Google เดินหน้าสู่ยุค AI Agent อย่างเต็มตัว เปิดตัวโมเดลใหม่ Gemini 3.6 Flash และ Gemini 3.5 Flash-Lite ที่เน้นทำงานได้เร็ว แม่นยำ และต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อตอบโจทย์นักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการสร้างระบบ AI Agent ในระดับใช้งานจริง
ปัจจุบันนักพัฒนาและองค์กรต้องการโมเดล AI ที่รองรับการทำงานแบบ AI Agent มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน ทำงานหลายขั้นตอน วิเคราะห์ข้อมูล หรือใช้เครื่องมือต่างๆ ร่วมกัน โมเดลใหม่จึงถูกออกแบบมาให้มีความหน่วงต่ำใช้ทรัพยากรน้อยลง และรองรับการขยายระบบในระดับองค์กร
Gemini 3.6 Flash เป็นรุ่นต่อยอดจาก Gemini 3.5 Flash โดย Google ระบุว่าปรับปรุงทั้งด้านการเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล การทำงานด้านความรู้ และการประมวลผลแบบมัลติโมดอล

จุดเด่นคือ ลดการใช้โทเค็นเอาต์พุตลงเฉลี่ย 17% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้ต้นทุนการใช้งานลดลง ขณะที่บางการทดสอบด้านการเขียนโค้ดสามารถลดการใช้โทเค็นได้มากถึง 65% นอกจากนี้ ยังช่วยลดจำนวนขั้นตอนการประมวลผลและการเรียกใช้เครื่องมือในงานหลายขั้นตอน ส่งผลให้ AI Agent ทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Gemini 3.6 Flash ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยราคาเพียง 1.50 เหรียญ ต่อ 1 ล้านโทเค็นอินพุต และ 7.50 เหรียญ ต่อ 1 ล้านโทเค็นเอาต์พุต ช่วยลดต้นทุนรวมต่อภารกิจของ AI Agent และเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการพัฒนาระบบในระยะยาว
ด้านประสิทธิภาพ Google ระบุว่า Gemini 3.6 Flash ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในหลายการทดสอบ ทั้งการเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูล การทำงานกับเอกสาร การอ่านกราฟ และการสร้างรายงาน โดยลูกค้าองค์กรอย่าง Harvey และ Hebbia ได้นำโมเดลนี้ไปใช้กับงานด้านเอกสารและข้อมูลเชิงลึกแล้ว
อีกโมเดลที่เปิดตัวคือ Gemini 3.5 Flash-Lite ซึ่งออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความเร็วสูงและรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก เช่น ระบบค้นหาข้อมูล การประมวลผลเอกสาร หรือ AI Agent ที่ต้องตอบสนองแบบเรียลไทม์ สามารถปรับระดับการคิด (Thinking Level) ได้ตามต้องการ เลือกความหน่วงต่ำคุ้มค่าสำหรับงานทั่วไป หรือเพิ่มระดับการคิดสำหรับ Agent แบบ Multi-step ทั้งยังรองรับการสั่งการคอมพิวเตอร์ (Computer-Use Tool) ในตัว
Google ระบุว่าโมเดลนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้สูงสุด 350 โทเค็นต่อวินาที และยังมีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่ารุ่น Flash ปกติ ในราคาเพียง 0.30 เหรียญ / 1 ล้านโทเค็นอินพุตและ 2.50 เหรียญ / ล้านโทเค็นเอาต์พุต เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล

แม้จะเป็นโมเดลขนาดเล็ก แต่ในการทดสอบบางด้าน เช่น การเขียนโค้ดและการประมวลผลข้อมูล Flash-Lite กลับทำผลงานได้ดีกว่า Gemini Flash รุ่นก่อนในหลายเกณฑ์วัด
นอกจากโมเดลทั่วไป Google ยังเปิดตัว Gemini 3.5 Flash Cyber ที่ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม CodeMender ซึ่งเป็น AI Agent สำหรับตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของซอฟต์แวร์

ระบบนี้สามารถช่วยค้นหา วิเคราะห์ และเสนอแนวทางแก้ไขช่องโหว่ได้อย่างรวดเร็ว โดยในช่วงแรกจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด
Google ยังเสริมระบบ Frontier Safety ให้กับ Gemini 3.6 Flash เพื่อเพิ่มการป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด โดยเฉพาะด้านความมั่นคง เช่น ภัยคุกคามไซเบอร์ รวมถึงการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ชีวภาพ รังสี และนิวเคลียร์ (CBRN) พร้อมพยายามลดการปฏิเสธคำสั่งที่เป็นการใช้งานปกติ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำโมเดลไปใช้ในงานจริงได้สะดวกมากขึ้น
Google เปิดให้ใช้งาน Gemini 3.6 Flash และ Gemini 3.5 Flash-Lite แล้วผ่าน Gemini API, Google AI Studio, Android Studio และ Gemini Enterprise ส่วน Flash-Lite จะทยอยนำไปใช้ใน Google Search ด้วย
นอกจากนี้ Google ยังเปิดเผยว่า Gemini 3.5 Pro อยู่ระหว่างการทดสอบกับพันธมิตร และมีแผนเปิดให้ใช้งานในวงกว้างเร็วๆ นี้ พร้อมยืนยันว่าได้เริ่มกระบวนการฝึก Gemini 4 ซึ่งเป็นการฝึกโมเดลครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ถือเป็นสัญญาณว่า Google กำลังเร่งพัฒนา AI รุ่นใหม่ เพื่อแข่งขันในตลาด AI Agent ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก
ที่มา blog.google






