
Adobe ยักษ์ใหญ่วงการซอฟต์แวร์สายครีเอทีฟประกาศเข้าซื้อกิจการ ‘Topaz Labs’ บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ AI ที่ขึ้นชื่อในหมู่ช่างภาพด้านการขยายความละเอียดภาพ (Upscaling), ลดสัญญาณรบกวน (Denoising), และเพิ่มความคมชัด (Sharpening) ทั้งในงานภาพนิ่ง และวิดีโอระดับมืออาชีพ
การเข้าซื้อในครั้งนี้เรียกว่าเป็นการเสริมทัพให้กับ Adobe ได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งที่ผ่านมามีข้อมูลว่ามีการนำเอาเทคโนโลยีบางส่วนจาก Topaz มาใช้ใน Creative Cloud อยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หลังการเข้าซื้อกิจการจะทำให้สามารถผสานโมเดล AI ของ Topaz เข้ากับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Lightroom หรือ Adobe Firefly เองก็ตาม
โดยดีลนี้คาดว่าจะสำเร็จช่วงปลายปี 2026 นี้ พร้อมกับมีรายงานเพิ่มเติมว่าทาง Topaz Labs จะยังคงให้บริการซอฟต์แวร์แบบ standalone ต่อไป เรียกง่าย ๆ ว่าถึงจะซื้อกิจการไปแล้วแต่ก็ยังสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ดั้งเดิมที่ซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ของบริษัทได้อยู่ โดยซีอีโอ เอริค หยาง (Eric Yang) ก็ยังได้รับตำแหน่งหัวเรือใหญ่เช่นเดิมอีกด้วย
สำหรับ Topaz Labs เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองแดลลัส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา และดำเนินธุรกิจด้านซอฟต์แวร์มากว่า 20 ปี โดยเป็นที่รู้จักจากโปรแกรมยอดฮิตอย่าง Gigapixel และ Topaz Photo AI ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพของภาพให้กับเหล่าช่างภาพมาแล้วมากมาย
ด้าน Adobe กล่าวว่า ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์จากการผสมผสานระหว่างภาพ/วิดีโอจริงกับคอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI มากขึ้น และการรวมเทคโนโลยีของ Topaz Labs ในครั้งนี้จะช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถยกระดับคุณภาพ และความละเอียดของผลงานได้ง่ายยิ่งขึ้น
หากมองในมุมมองของผู้ใช้งาน Adobe อยู่แล้ว การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้อาจจะเป็นผลดีกับตัวผู้ใช้ไม่น้อย เพราะเราสามารถใช้ฟีเจอร์จาก Topaz AI ได้โดยไม่ต้องไปสมัครกับทาง Topaz แยกเพิ่มเติม และยังช่วยเสริมทัพเพื่อต่อกรกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ของ Adobe อย่าง Canva และ Blackmagic Design ได้อย่างดีทีเดียว
ที่มา: PetaPixel





