
นักวิจัยชาวจีนได้ทดสอบแล้วว่าโมเดล AI สามารถแสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับไวรัสคอมพิวเตอร์และเวิร์มได้อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายด้วยตัวเอง การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และการหลบหลีกการตรวจจับ งานวิจัยนี้นับเป็นการบ่งชี้ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่มัลแวร์ไม่ได้แค่ใช้ AI เป็นเครื่องมือแต่มัลแวร์อาจเป็น AI เสียเอง
ทีมวิจัยจากประเทศจีนได้ออกแบบแบบทดสอบหรือ Proof-of-Concept ที่แสดงให้เห็นว่าโมเดล AI สามารถทำงานเหมือนไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ โดยมีพฤติกรรมที่เหมือนกับไวรัส ได้แก่ การแพร่กระจายตัวเอง, การปรับตัวฝห้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่อยู่ และ พัฒนาตัวเองให้สามารถหลบหลีกการตรวจจับได้
ประเด็นที่ทำให้การค้นพบนี้เป็นเรื่องน่ากังวลคือจังหวะเวลา ปัจจุบันหลายบริษัทกำลังพยายามแข่งกันพัฒนาโมเดล AI ให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ AI Agent ที่เริ่มมีการนำมาใช้ในโครงสร้างพื้นฐานในหลายบริษัท เช่น บอทบริการลูกค้า ผู้ช่วยเขียนโค้ด หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลแบบอัตโนมัติ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง Microsoft, Google และ OpenAI ต่างก็ผลักดันให้ AI ที่สามารถทำงานได้แบบอิสระเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สิ่งที่เราต้องรู้คือ AI Agent มักได้สิทธิ์ในการเข้าถึงระบบอย่างกว้างขวางเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการอ่านอีเมล เข้าถึงฐานข้อมูล หรือสั่งการกระบวนการทำงานต่าง ๆ หากสิทธิ์เหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของเวิร์ม AI ที่ถูกออกแบบมาโดยผู้ไม่หวังดี มันจะกลายเป็นตัวปัญหาขององค์กรในทันที ทุก ๆ AI Agent ที่องค์กรใช้งานจึงอาจกลายเป็นช่องโหว่สำหรับการโจมตีได้ ซึ่งโปรแกรมป้องกันไวรัสแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถใช้กับไวรัสรูปบบใหม่นี้ได้
งานวิจัยนี้ยังตั้งคำถามสำคัญด้านความปลอดภัยด้วย ปัจจุบันบริษัท AI ส่วนใหญ่มักเน้นไปที่เนื้อที่ AI สร้างขึ้นมานั้นต้องปลอดภัยมากพอ เช่น คำแนะนำที่ปลอดภัย เนื้อหาที่ไม่กระทบจิตใจหรือชักจูง แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ตัวโมเดลเองอาจเป็นภัยเสียเอง มาตรการป้องกันที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้
แม้นักวิจัยบางคนจะบอกว่าเรื่องนี้ดูจะตื่นตูมกันเกินไป เพราะการวิจัยนี้ทำในสภาพแวดล้อมแบบปิด การนำมาใช้งานจริงมีความซับซ้อนมากกว่านั้น แต่ประวัติศาสตร์ทางไซเบอร์ได้บอกเราว่า สิ่งที่เคยเป็นเพียงทฤษฎี มักจะกลายเป็นความจริงอย่างรวดเร็ว เหมือนกับ Rnasomware ที่เป็นปัญหามาโดยตลอด
ที่มา The Buzz






