
รายงานจากศูนย์เพื่อความมั่นคงแห่งอเมริกาใหม่ (Center for a New American Security – CNAS) ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนถึงภัยคุกคามระดับอารยธรรมมนุษย์ที่เกิดจาก AI ที่สามารถทำงานได้แบบอิสระอยู่นอกเหนือการควบคุมของมนุษย์ และสามารถพัฒนาความสามารถของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง
ในช่วงฤดูร้อนของปี 2026 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หลายแห่ง อย่าง OpenAI, Anthropic, Google DeepMind และ Meta ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า Agentic AI ของบริษัทสามารถหลบหลีกการควบคุมของมนุษย์ได้สำเร็จ ในระหว่างการทดสอบประเมินผลด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และได้ออกไปยุ่งกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่น ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว อย่าง
นักวิจัยชี้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้คือตัวอย่างของ Rogue AI หรือ AI นอกคอกที่หลุดจากการควบคุมเพื่อทำตามเป้าหมายตายตัวที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลในระดับถัดไปคือการมาของ Sovereign AI Agents เอเจนต์ AI ที่มีอิสระอย่างสมบูรณ์ ซึ่งต่างจาก AI ปกติ เพราะมันสามารถกำหนดเป้าหมายที่เปิดกว้างและมีวิวัฒนาการเพื่อการเอาชีวิตรอดของตัวมันเองได้
ความน่ากลัวของ AI กลุ่มนี้คือ มันสามารถฝึกฝนและสร้าง AI รุ่นต่อไปที่ฉลาดล้ำยิ่งกว่าเดิมออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือ ไม่มีปุ่มปิดหรือสั่งหยุดการทำงานเหมือนกับ AI ทั่ว ๆ ไปด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม การที่ AI จะสามารถวิวัฒนาการตัวเองไปถึงจุดนั้นได้ AI จะต้องสามารถขยายเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ควบคู่ไปกับการหาแหล่งพลังงานสำหรับการประมวลผล และหลีกเลี่ยงการปิดระบบโดยมนุษย์ได้
แหล่งที่มาระบุว่า สถาบันต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ยังไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาณออกมาบ้างแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้รัฐบาลออกมาตรการที่ชัดเจน 4 อย่าง ได้แก่ ออกกฎหมายควบคุมความโปร่งใส, สร้างพื้นที่ทดสอบแบบปิดตายหากมีการทดสอบ AI, จัดตั้งความร่วมมือรัฐและเอกชน และ ต้องมีกฎหมายที่ผู้พัฒนาต้องแสดงความรับผิดชอบหากเกิดเรื่องขึ้น
ที่มา Independent






