
Meta เปิดเวที Meta Connect 2026 โชว์อุปกรณ์สวมใส่รุ่นใหม่ ทั้งแว่น VR แว่นตาอัจฉริยะ และแว่นระบบเสียง พร้อมอัปเกรดประสบการณ์เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง และใช้งาน AI
งาน Meta Connect 2026 ปีนี้เต็มไปด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ตั้งแต่แว่น VR รุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบา ไปจนถึงแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta รุ่นที่ 3 และ Ray-Ban Meta Audio ที่เน้นการใช้งานด้านเสียงโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่สำหรับการได้ยิน เกม VR และคอนเทนต์ความบันเทิงอีกมากมาย
ไฮไลต์คือแว่น VR รุ่นใหม่ของ Meta ที่เตรียมวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ด้วยราคาเริ่มต้น 1,300 เหรียญหรือประมาณ 43,430 บาท
ตัวแว่นมีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม เบากว่า Meta Quest 3 ถึง 5 เท่า ใช้กรอบโลหะผสมแมกนีเซียมและเลนส์แบบ Pancake พร้อมระบบแสดงภาพสี Passthrough และหน้าจอความละเอียดระดับ 5K โดย Meta ระบุว่ารองรับภาพคมชัดระดับโรงภาพยนตร์ Dolby Vision, ระบบเสียง Dolby Atmos และมาตรฐาน IMAX Enhanced

การประมวลผลจะทำผ่านอุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็กที่เชื่อมต่อด้วยสาย ซึ่งใช้ชิป Snapdragon Reality Elite ของ Qualcomm และทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งเก็บข้อมูลและแบตเตอรี่ โดยใช้งานดูสื่อความละเอียดสูงได้นานสูงสุด 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จ พร้อมรองรับชาร์จเร็ว 45W
ด้านการเล่นเกม รองรับเกมที่ใช้การติดตามมือในช่วงแรก 75 เกม รวมถึงเกมทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม Quest ผ่านคอนโทรลเลอร์ Touch Plus และยังเชื่อมต่อ Xbox Cloud Gaming รวมถึงอุปกรณ์เล่นเกมอื่นผ่าน Wi-Fi หรือ USB-C ได้

นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ Windows และ Mac เพื่อใช้งานคีย์บอร์ดและทัชแพดเสมือนจริง รวมถึงรองรับอวตารแบบโฮโลแกรมสำหรับวิดีโอคอลผ่าน WhatsApp และ Zoom โดยมี Meta AI ที่สั่งงานได้ทั้งเสียง การเคลื่อนไหวของดวงตา และท่าทางมือ
สำหรับผู้ที่ต้องการแว่นอัจฉริยะที่เน้นเสียง Meta เปิดตัว Ray-Ban Meta Audio ซึ่งไม่มีการติดตั้งกล้อง แต่รองรับผู้ช่วย AI การฟังเพลง พอดแคสต์ และการโทรด้วยเสียง

ตัวแว่นมีน้ำหนัก 43 กรัม ใช้งานได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ และเคสชาร์จช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้งานรวมเป็น 48 ชั่วโมง มีให้เลือกทั้งทรง Clubmaster และ Burbank รวม 23 สีและรูปแบบเลนส์ พร้อมรองรับเลนส์สายตา
Ray-Ban Meta Audio เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว และจะเริ่มจัดส่งวันที่ 13 ตุลาคม ราคาเริ่มต้น 349 เหรียญ (11,660 บาท)
Meta ยังเปิดตัว Ray-Ban Meta Gen 3 รุ่นใหม่ที่ปรับดีไซน์ให้บางลง เพิ่มปุ่มเรียกใช้งาน Meta AI และขยายแบตเตอรี่เป็น 9 ชั่วโมง จากเดิม 8 ชั่วโมง

แว่นรุ่นนี้มาพร้อมไมโครโฟน 6 ตัว ซึ่ง Meta ระบุว่าสามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้มากกว่า 90% ส่วนกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 3K และเตรียมเพิ่มการบันทึกเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos ในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Dynamic Photo ที่ถ่ายภาพต่อเนื่องหลายช็อตเพื่อให้เลือกภาพที่ดีที่สุด หรือให้ Meta AI ช่วยคัดเลือกได้ โดยมีดีไซน์ให้เลือกทั้ง Aviator, Zena และ Wayfarer ราคาเริ่มต้น 449 เหรียญ (15,000 บาท)
Meta เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ Hearing Enhancement สำหรับผู้ที่ได้ยินเป็นปกติ แต่มีปัญหาเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง โดยผู้ใช้สามารถปรับตั้งค่าผ่านขั้นตอนทดสอบเสียง และเปิดใช้งานด้วยคำสั่ง “Hey Meta, start hearing enhancement”
ฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานในสหรัฐฯ ภายในปีนี้ เริ่มจาก Meta Glasses ก่อนขยายไปยัง Ray-Ban Meta Gen 3 และ Ray-Ban Meta Audio
นอกจากนั้นยังเตรียมขยายการวางจำหน่าย Meta Ray-Ban Display ไปยังประเทศต่าง ๆ เพิ่มขึ้น พร้อมฟีเจอร์นำทางแบบแสดงผลตรงหน้า การแสดงอวตารโฮโลแกรมระหว่างวิดีโอคอล การแก้ไขภาพบนแว่น การแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟน และการบันทึกวิดีโอพร้อมเสียง Dolby Atmos
ฝั่งเกม Beat Saber เตรียมรับการอัปเดตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเพิ่มระบบติดตามมือ ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นได้โดยไม่ต้องใช้คอนโทรลเลอร์

นอกจากนี้ยังมีโหมดเล่นคนเดียวใหม่ชื่อ Flux ที่ให้ผู้เล่นใช้พลังพิเศษฟันโน้ตตามจังหวะเพลง พร้อมเพลงเริ่มต้น 35 เพลง รวมถึงการปรับปรุงโหมดเนื้อเรื่อง ระบบภารกิจ ความก้าวหน้า และรางวัล
เกม VR อื่น ๆ ที่เตรียมเปิดตัว ได้แก่ Payday: Aces High, Tetris Effect: Mixed Reality, Two Point Hospital และ Phoenix Wright: Ace Attorney – Dual Destinies ที่จะนำระบบติดตามมือและคำสั่งเสียงมาใช้ ทำให้ผู้เล่นสามารถชี้ไปยังพยานและตะโกนคำว่า “Objection!” ได้จริง
Meta ยังเดินหน้าขยายคอนเทนต์ความบันเทิงบน VR โดยสมาชิก Disney+ ในบางประเทศจะสามารถรับชมภาพยนตร์ 3D อย่าง The Avengers และ Black Panther ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน
นอกจากนี้ยังเตรียมนำภาพยนตร์อย่าง Avengers: Infinity War และ Star Wars: A New Hope มาปรับเป็นประสบการณ์ VR ผ่านแอป Disney Immersive Cinema by ILM พร้อมภาพ 3D เอฟเฟกต์แบบไดนามิก และระบบเสียงรอบทิศทาง
ด้านกีฬา ผู้ใช้งานจะสามารถรับชมคอนเทนต์แบบ Immersive จาก ESPN ด้วยความละเอียดสูงสุด 8K และมุมมอง 180 องศา รวมถึงรับชมการแข่งขันกีฬามากกว่า 100 รายการต่อปีผ่านพันธมิตรอย่าง MLB, NBC Sports, TNT Sports และ UFC
ช่วงท้ายงาน Mark Zuckerberg ยังเผยโฉม Muse Charm อุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเป็นศูนย์กลางของ Muse Agent ผู้ช่วย AI ส่วนตัว

อุปกรณ์ตัวนี้มีหน้าจอขนาดเล็ก ลำโพง ไมโครโฟน และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ รูปลักษณ์คล้ายของเล่น Tamagotchi สามารถห้อยเป็นพวงกุญแจและโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ตลอดเวลา โดย Meta เตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมภายในช่วงปลายปีนี้
ทั้งหมดouเราจะเห็นได้ว่า Meta กำลังขยายระบบนิเวศของตัวเองให้ครอบคลุมทั้ง แว่น VR แว่น AI ระบบเสียง เกม ภาพยนตร์ กีฬา และผู้ช่วย AI ส่วนตัว เพื่อให้เทคโนโลยีสวมใส่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและความบันเทิงในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ที่มา engadget






