Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่กับ Galaxy S26 FE ซึ่งนอกจากจะอัปเกรดฮาร์ดแวร์แล้ว Samsung ยังเน้นผลักดันฟีเจอร์ AI และฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
Samsung Galaxy S26 FE มาพร้อมหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว (ความละเอียด FHD+) สว่างสูงสุด 1,900 nits และรีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz กระจกครอบหน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass Victus+ ที่ทนทานต่อการตกกระแทก (สูงสุด 2 เมตร) และรอยขีดข่วนได้ดีกว่าเดิมถึง 4 เท่า
ด้านชิปเซ็ตเป็น Exynos 2500 (สถาปัตยกรรม 3nm) ที่ทำความเร็วได้สูงสุด 3.3GHz ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างลื่นไหลแล้ว ก็ยังจัดการความร้อนได้ดี ประหยัดแบตเตอรี่ อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการประมวลผล AI ภายในตัวเครื่องที่รวดเร็วทันใจ ถือว่าเป็นการอัปเกรดจาก Exynos 2400 ที่ใช้ใน Galaxy S25 FE อย่างชัดเจน
กล้องหลังของ Samsung Galaxy S26 FE มีทั้งหมด 3 ตัว ได้แก่ กล้องหลักความละเอียด 50MP, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12MP และกล้องซูมความละเอียด 8MP รองรับ Optical Zoom 3 เท่า และซูมดิจิทัลไกลสุด 30 เท่า กล้องหน้าความละเอียด 12MP ที่ขยายมุมมองให้กว้างขึ้นเป็น 85 องศา ในส่วนของงานวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุดที่ 8K 30fps มีฟีเจอร์เด็ดอย่าง Horizontal Lock ที่ช่วยล็อกเฟรมให้ขนานกับเส้นขอบฟ้า รวมถึงเทคโนโลยี ProVisual Engine ที่ช่วยยกระดับการถ่ายภาพในที่แสงน้อยให้คมชัดยิ่งขึ้น
ฟีเจอร์ AI เจ๋ง ๆ
My FanCam : ฟีเจอร์ที่เปิดตัวครั้งแรกในมือถือจอพับรุ่น Z8 ช่วยจัดการวิดีโอในแกลเลอรี โดยสามารถซูมและติดตามบุคคลในวิดีโอให้อยู่ตรงกลางเฟรมโดยอัตโนมัติ
Horizon Lock : ระบบล็อกขอบฟ้าสำหรับงานวิดีโอ ที่ช่วยรักษาระดับภาพให้ขนานกับเส้นขอบฟ้าเสมอ แม้ว่าตัวเครื่องจะถูกหมุนไปถึง 360 องศาขณะบันทึก
Nightography : ระบบถ่ายภาพกลางคืนที่ได้รับการอัปเกรดให้บันทึกภาพในที่มืดได้สว่างและมีคุณภาพสูงยิ่งขึ้น
Photo Assist : ฟีเจอร์ตัดต่อภาพด้วย AI ที่สามารถสั่งงานให้เปลี่ยนพื้นหลังตามต้องการ, เปลี่ยนภาพกลางวันเป็นกลางคืน หรือลบ/เพิ่มวัตถุลงในภาพได้
Now Brief : วิดเจ็ตข้อความที่รองรับการสั่งงานด้วยภาษาพูดทั่วไป (Plain Language) เช่น หมวดสุขภาพ, สภาพอากาศ, และวิดีโอ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถพิมพ์สั่งว่า “ช่วยสรุปปริมาณโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวและองค์ประกอบของร่างกายให้หน่อย” ระบบ AI ก็จะสร้างการ์ดข้อมูลสรุปขึ้นมาให้ภายในไม่กี่วินาที
ด้านแบตเตอรี่ Galaxy S26 FE มีแบตเตอรี่ขนาด 4,900mAh รองรับชาร์จไวผ่านสาย 45W และชาร์จไร้สาย 15W รองรับ 5G, Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ระบบปฏิบัติการเป็น Android 17 ครอบด้วย One UI 9 การันตีอัปเดตนาน 7 ปี บอดี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีม่วง (Blueberry), สีเขียว (Pistachio) และสีดำ (Graphite) ราคาดังนี้
รุ่น RAM 8GB + ความจุ 128GB: ราคา 24,900 บาท
รุ่น RAM 8GB + ความจุ 256GB: ราคา 28,900 บาท
เมื่อซื้อทาง Samsung Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม 2569 – 27 กันยายน 2569
ฟรี ประกันกระจกหน้า-หลังแตกร้าวจากอุบัติเหตุ 1 ครั้งภายใน 1 ปี นับจากวันเปิดใช้งาน (ไม่รวมกับความเสียหายของตัวเครื่อง ขอบเฟรม หรืออุปกรณ์ส่วนอื่น ๆ) และไม่เกี่ยวข้องกับบริการ Samsung Care+
อัปความจุ 2 เท่า ฟรี! (มูลค่า 4,000 บาท) รับสิทธิ์อัปเกรดเป็นรุ่น 256 GB (จ่ายราคา 128 GB ได้ 256 GB)
เมื่อซื้อ Samsung S26 FE ขนาดความจุ 128GB ดาวน์เริ่มต้น 0 บาท สูงสุดไม่เกิน 10% หรือ ผ่อน Samsung Finance+ เริ่มเดือนละ 626 บาท นาน 24 เดือน
พิเศษ! แถมฟรี 45W Power Adapter (มูลค่า 1,090 บาท) สำหรับการจองใน 10 วันแรก (วันที่ 28 สิงหาคม 2569 – 6 กันยายน 2569)
ทดลองใช้ Google AI Pro ฟรี 6 เดือน (มูลค่า 4,500 บาท) และ Cloud Storage 5TB (ข้อเสนอสิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2570)
รับส่วนลดทันที 30% เมื่อซื้อ Galaxy Watch หรือ Galaxy Buds ที่ร่วมรายการ เมื่อซื้อคู่กับ Galaxy S26 FE
ที่มา Samsung