
Meta ยอมจ่ายเงินสูงสุด 18,000 ล้านเหรียญหรือเกือบ 6 แสนล้านบาท เพื่อยุติคดีในสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่า Facebook และ Instagram ถูกออกแบบให้เด็กและวัยรุ่นใช้งานจนเสพติด พร้อมยอมปรับกติกาการใช้งานสำหรับเยาวชนครั้งใหญ่
ข้อตกลงนี้ครอบคลุม 47 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และดินแดนของสหรัฐฯ โดยถือเป็นหนึ่งในคดีคุ้มครองผู้บริโภคที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และเกิดขึ้นระหว่างการพิจารณาคดีที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา

ภายใต้ข้อตกลง Meta จะเพิ่มมาตรการควบคุมการใช้งาน Facebook และ Instagram สำหรับวัยรุ่น โดยกำหนดค่าเริ่มต้นให้ใช้งานได้ ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และบล็อกการใช้งานช่วง เที่ยงคืนถึง 06.00 น. หากไม่มีการอนุญาตจากผู้ปกครอง
นอกจากนี้ยังลดการแจ้งเตือนในช่วงเวลาเรียน 08.00-15.00 น. เพิ่มระบบตรวจสอบอายุ ป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าถึงแพลตฟอร์ม และเพิ่มเครื่องมือควบคุมโดยผู้ปกครอง รวมถึงมาตรการป้องกันการติดต่อจากผู้ใหญ่ที่น่าสงสัย
Meta จะจ่ายเงินขั้นต่ำประมาณ 12,000-12,700 ล้านเหรียญ ขณะที่ยอดรวมอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 17,100 ล้านเหรียญ สำหรับข้อตกลงหลายรัฐ และเมื่อรวมข้อตกลงแยกกับรัฐเท็กซัส ทำให้ยอดรวมอาจแตะ 18,000 ล้านเหรียญ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
ที่น่าสนใจคือเงินส่วนหนึ่งของยอดที่เพิ่มขึ้นจะขึ้นอยู่กับว่าแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง TikTok และ YouTube จะยอมใช้มาตรการปกป้องเด็กในลักษณะใกล้เคียงกันหรือไม่ ซึ่งทำให้คดีนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องปรับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเด็กไปพร้อมกัน
Meta ยืนยันว่า ไม่ได้ยอมรับการกระทำผิด แต่เลือกยุติคดีเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้ทางกฎหมายที่อาจลากยาว โดยข้อตกลงจะมีผลเป็นเวลา 10 ปี และยังต้องผ่านการอนุมัติของศาลในส่วนที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ใช่ทุกรัฐที่เข้าร่วมข้อตกลง โดย ฟลอริดาและนิวเม็กซิโก ยังคงเดินหน้าคดีของตัวเองต่อไป
คดีนี้จึงไม่ได้จบแค่การจ่ายเงินก้อนมหาศาล แต่กำลังกลายเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อวงการโซเชียลมีเดีย เพราะหาก TikTok, YouTube และแพลตฟอร์มอื่น ๆ ต้องปรับมาตรการตามไปด้วย ประสบการณ์การใช้งานโซเชียลของเด็กและวัยรุ่นในสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา reuters






