
รัฐบาลสหรัฐฯ ยื่นเอกสารต่อศาลในคดีระหว่าง OpenAI กับ The New York Times โดยให้เหตุผลว่า การตีความกฎหมายลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางการพัฒนา AI และทำให้สหรัฐฯ เสียเปรียบคู่แข่งต่างชาติ

เอกสารนี้จัดทำโดย สแตนลีย์ วูดเวิร์ด จูเนียร์ รองอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ในฐานะความเห็นต่อศาล โดยรัฐบาลมองว่าการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM ด้วยเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ควรได้รับการพิจารณาภายใต้หลัก Fair Use (การใช้งานโดยชอบธรรม)
เหตุผลสำคัญคือ หากบริษัท AI ต้องขออนุญาตและจ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใช้ฝึกโมเดล อาจทำให้ต้นทุนสูงจนเหลือเพียงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีเงินทุนเพียงพอ ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันและนวัตกรรมในสหรัฐฯ รัฐบาลยังมองว่า หากสหรัฐฯ จำกัดการพัฒนา AI มากเกินไป ขณะที่ประเทศคู่แข่งไม่ใช้ข้อจำกัดเดียวกัน ก็อาจทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
ด้าน The New York Times มองต่างออกไป โดยชี้ว่าการปล่อยให้บริษัท AI นำผลงานของผู้สร้างสรรค์ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือค่าตอบแทน จะกระทบต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมคอนเทนต์
โดยมีข้อโต้แย้งหลักคือ บริษัท AI ยังสามารถนำข้อมูลที่มีลิขสิทธิ์ไปสร้างผลลัพธ์ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับต้นฉบับ หรือบางกรณีสามารถสร้างข้อความที่คล้ายหรือเลียนแบบเนื้อหาต้นฉบับได้ ทำให้เกิดคำถามว่า การนำข้อมูลไปฝึก AI นั้นเป็น การใช้งานใหม่ จริงหรือไม่
The New York Times ระบุว่า AI และผู้สร้างสรรค์สามารถเติบโตไปด้วยกันได้ เพียงแต่บริษัท AI ควรจ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมสำหรับเนื้อหาที่นำไปใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ต้องบอกว่าเอกสารของรัฐบาลเป็นเพียง ความเห็นที่ยื่นต่อศาล ไม่ใช่คำตัดสิน และศาลยังสามารถพิจารณาและปฏิเสธข้อเสนอเหล่านี้ได้
คดีระหว่าง OpenAI และ The New York Times เริ่มต้นมาตั้งแต่ เดือนธันวาคม 2023 และขณะนี้ศาลกำหนดให้มีการยื่นเอกสารแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมภายใน 16 ตุลาคม 2026
ที่มา appleinsider






