
Google เปิดตัว Gemini 3.5 Transcribe โมเดล AI แปลงเสียงเป็นข้อความรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้แค่ ฟังแล้วพิมพ์ แต่ยังเข้าใจบริบท จัดระเบียบประโยค แก้คำพูดที่เปลี่ยนกลางประโยค และรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ด้วยความหน่วงต่ำกว่า 1 วินาที
Gemini 3.5 Transcribe ออกแบบมาเพื่อแก้ข้อจำกัดของระบบรู้จำเสียงแบบเดิม โดยสามารถรับมือกับเสียงรบกวน คำศัพท์เฉพาะทาง สำเนียงหลากหลาย รวมถึงลักษณะการพูดที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ดีขึ้น เปลี่ยนเสียงดิบให้กลายเป็นข้อความที่อ่านง่ายและจัดรูปแบบให้โดยอัตโนมัติ
Google เปิดให้ใช้งานผ่าน API สำหรับนักพัฒนา 2 รูปแบบ ได้แก่
จุดเด่นคือ AI สามารถจัดการกับการพูดที่เปลี่ยนใจกลางประโยค เช่น “เจอกันวันอังคาร… ไม่ใช่ วันพุธ” รวมถึงตัดคำฟุ่มเฟือยอย่าง “อืม” หรือ “เอ่อ” และจัดข้อความให้อ่านง่ายขึ้นโดยอัตโนมัติ

Google ระบุว่า Gemini 3.5 Transcribe มีอัตราความผิดพลาดของคำ หรือ WER เฉลี่ย 4.0% สำหรับการใช้งานแบบสตรีมมิง และ 2.6% สำหรับการประมวลผลเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้า พร้อมรองรับคำศัพท์เฉพาะและรูปแบบการสะกดที่กำหนดเองได้
โมเดลยังรองรับการตรวจจับและถอดเสียงอัตโนมัติมากกว่า 85 ภาษา สามารถรับมือกับสำเนียงและภาษาถิ่นหลากหลาย รวมถึงระบุผู้พูดได้สูงสุด 3 คนสำหรับไฟล์เสียงที่บันทึกไว้
เมื่อเทียบกับ Chirp 3 ซึ่งเป็นโมเดลรุ่นก่อนหน้า Google ระบุว่า Gemini 3.5 Transcribe มีทั้งความแม่นยำที่ดีขึ้นและความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้น โดยเวลาในการได้ผลลัพธ์ถอดเสียงขั้นสุดท้ายสามารถดีขึ้นได้สูงสุด 70% ในบางชุดทดสอบ
ความสามารถของ Gemini 3.5 Transcribe ถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Google เพื่อทำให้การสั่งงานด้วยเสียงเป็นธรรมชาติมากขึ้น บน Gboard สำหรับ Android ฟีเจอร์ Rambler สามารถเปลี่ยนความคิดที่พูดออกมาให้เป็นข้อความที่เรียบร้อย พร้อมตัดคำฟุ่มเฟือย แก้ไขคำสะกด หรือปรับรูปแบบการเขียนด้วยเสียง
ส่วนใน แอป Gemini บน macOS ผู้ใช้สามารถใช้เสียงสั่งงานที่เชื่อมโยงกับบริบทบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการสรุปไฟล์ นำข้อความไปใช้ในแอปอื่น หรือสั่งให้ AI ทำงานร่วมกับโมเดล Gemini ตัวอื่น ๆ
Google เตรียมนำความสามารถนี้เข้าสู่ Chrome เพื่อให้ผู้ใช้สามารถพูดแทนการพิมพ์ในช่องข้อความบนเว็บไซต์ ช่วยให้การตอบข้อความ เขียนโพสต์ หรือสั่งงาน Gemini ทำได้สะดวกขึ้น
Gemini 3.5 Transcribe เปิดให้ทดลองใช้งานแบบ Public Preview ผ่าน Gemini API, Google AI Studio และ Google Antigravity ขณะที่ฝั่งองค์กรสามารถใช้งานผ่าน Gemini Enterprise Agent Platform
ที่มา blog.google






