
ชายชาวอเมริกันที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดรุนแรง (ALS) จนไม่สามารถคลื่อนไหวและสื่อสารด้วยเสียงเกือบทั้งหมด สามารถกลับมา “พูด” กับคนรอบตัวได้อีกครั้งด้วยเทคโนโลยี BCI ที่ฝังอยู่ในสมอง
เคซีย์ แฮร์เรลล์ วัย 47 ปี เข้าร่วมโครงการวิจัยที่พัฒนาอุปกรณ์ประสาทเทียมซึ่งสามารถถอดรหัสสัญญาณสมองและแปลงเป็นข้อความหรือเสียงพูดแบบเรียลไทม์ ทำให้ครอบครัวของเขาได้ยิน “เสียง” ของเขาอีกครั้งผ่านระบบเสียงดิจิทัลที่จำลองจากน้ำเสียงเดิมก่อนป่วย

อุปกรณ์ดังกล่าวประกอบด้วยแผงอิเล็กโทรดที่ฝังในบริเวณสมองซึ่งเกี่ยวข้องกับการพูด โดยสามารถตรวจจับกิจกรรมทางประสาทที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้งานพยายามพูด แม้ว่าจะไม่สามารถขยับปากหรือเปล่งเสียงได้ก็ตาม จากนั้นระบบจะส่งข้อมูลไปยังตัวถอดรหัสภายนอกที่แสดงผลเป็นข้อความและเสียงบนคอมพิวเตอร์ทันที
ตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีนี้ช่วยให้แฮร์เรลล์สามารถสื่อสารได้มากกว่า 183,000 ประโยค หรือเกือบ 2 ล้านคำ เขาควบคุมระบบผ่านการติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา และสามารถเลือกคำสั่งหรือพิมพ์ข้อความได้เพียงแค่ใช้ความคิด
นอกจากการสื่อสารกับครอบครัวแล้ว ระบบยังช่วยให้เขาส่งอีเมล ท่องอินเทอร์เน็ต และทำงานประจำได้อย่างอิสระ แม้เป็นอัมพาตระดับรุนแรงก็ตาม

งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดลองทางคลินิก BrainGate 2 ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมุ่งศึกษาความปลอดภัยและความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี BCI สำหรับผู้ป่วยอัมพาตและผู้ที่สูญเสียความสามารถในการพูด
เดวิด แบรนด์แมน ศัลยแพทย์ระบบประสาทและหนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส กล่าวว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี BCI กำลังก้าวออกจากห้องปฏิบัติการและเริ่มมีศักยภาพในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
นักวิจัยระบุว่า แฮร์เรลล์สามารถใช้งานระบบนี้ได้ต่อเนื่องนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน และยังมี “โหมดความเป็นส่วนตัว” ที่ช่วยให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าความคิดใดจะถูกบันทึกหรือใช้สำหรับการพัฒนาโมเดลในอนาคต
จากผลการศึกษาล่าสุด ระบบสามารถถอดรหัสคำพูดได้อย่างแม่นยำสูงสุดราว 92% ช่วยให้การสื่อสารเป็นธรรมชาติและสะดวกกว่าวิธีการช่วยสื่อสารรูปแบบอื่นที่ผู้ป่วยเคยใช้งาน
ทีมวิจัยหวังว่าประสบการณ์ของแฮร์เรลล์ รวมถึงผู้เข้าร่วมการทดลองอีก 26 คน จะช่วยเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีอินเทอร์เฟซสมองกับคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการสื่อสารสามารถกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกได้อีกครั้งในอนาคต
ที่มา sciencealert





