
ในยุคที่เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจคิดว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z น่าจะเป็นกลุ่มที่อยู่ในโลกดิจิทัลมากที่สุด แต่ข้อมูลล่าสุดจากสองแหล่งข่าวสำคัญกลับชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ที่สวนทาง เมื่อ Gen Z เริ่มลดการใช้สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดีย หันหน้าเข้าหามือถือฝาพับแทน
แม้ว่าสมาร์ตโฟนจะเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำให้มันมีประโยชน์กลับเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนเสพติดมันเช่นกัน การแจ้งเตือนที่ดังตลอดเวลาและคอนเทนต์ที่ถูกป้อนอย่างไม่รู้จบจากแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทำให้วัยรุ่นจำนวนมากต้องติดอยู่หน้าจอนานหลายชั่วโมง
รายงานจาก Journal of Technology in Behavioral Science ในปี 2020 ระบุว่าการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า การถูกกลั่นแกล้ง และความรู้สึกโดดเดี่ยว นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Pew Research Center ในปี 2025 ยังพบว่า 45% ของวัยรุ่นยอมรับว่าตนเองใช้เวลาบนโซเชียลมีเดียมากเกินไป ด้วยเหตุนี้ Gen Z จำนวนไม่น้อยจึงเริ่มเปลี่ยนผ่านจากการใช้ iPhone หรือ Android เครื่องหรู มาสู่มือถือทั่ว ๆ ไปเช่นมือถือแบบฝาพับ ที่เน้นฟังก์ชันพื้นฐานอย่างการโทรและส่งข้อความเท่านั้น การตัดขาดจากโซเชียลมีเดียช่วยลดพฤติกรรมการไถหน้าจอรับคอนเทนต์ที่ไร้สาระ ซึ่งพจนานุกรม Merriam-Webster นิยามพฤติกรรมนี้ว่า Brain rot หรือการเสพคอนเทนต์ดิจิทัลแบบไม่คิดอะไรเลย ผู้ที่หันมาใช้มือถือฝาพับเป็นเครื่องหลักบอกตรงกันว่า พวกเขารู้สึกมีความสุขและมีภาวะวิตกกังวลน้อยลง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือกระแสเรโทร หรือการที่คนรุ่นใหม่กลับไปฟังเพลงจากแผ่นซีดี แผ่นเสียง หรือพกกล้องใช้แล้วทิ้ง โทรศัพท์ฝาพับก็ได้รับอานิสงส์นี้เช่นกัน รายงานจาก Partners Universal Innovative Research Publication เผยว่า ยอดขายมือถือฝาพับในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18-24 ปี พุ่งสูงขึ้นถึง 148% ระหว่างปี 2021 ถึง 2024
การที่วัยรุ่นเริ่มปลีกตัวออกจากสมาร์ตโฟนเป็นรายงานที่สอดคล้องกับสถิติล่าสุดจาก EMARKETER ที่เปิดเผยโครงสร้างประชากรผู้ใช้งานที่สั่นสะเทือนวงการโซเชียลมีเดีย นั่นคือกลุ่มผู้ใช้งาน Gen Z บน Instagram กำลังจะกลายเป็นกลุ่มที่มีขนาดเล็กที่สุดบนแพลตฟอร์ม โดยข้อมูลสัดส่วนผู้ใช้งาน Instagram ในสหรัฐอเมริกาเผยให้เห็นตัวเลขที่น่าสนใจ ดังนี้

การที่กลุ่มผู้ใช้งานมีสัดส่วนที่น้อย ไม่ได้แปลว่า Gen Z ลบหรือเลิกเล่น Instagram ไปอย่างถาวร แต่มาจากการที่ผู้ใช้งานกลุ่มนี้จำกัดเวลาที่จะอยู่บนโลกออนไลน์ลง และเลือกที่จะเข้าไปใช้งานอย่างมีสติมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มคนวัยทำงานกลับใช้แพลตฟอร์มนี้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างเหนียวแน่น






