
หลังอัปเดตครั้งใหญ่รองรับกว่า 50 ภาษาเมื่อเดือนมีนาคม ล่าสุด Gemini in Chrome เปิดให้ใช้งานในไทยแล้ว เรียกว่าช่วยยกระดับการท่องเว็บให้ฉลาดขึ้น ใช้งานลื่นไหล และมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้ การใช้งาน Gemini บน Chrome ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง โดยผู้ใช้ต้องเข้าผ่านเว็บไซต์ gemini.google.com หรือใช้งานผ่าน AI Mode ในช่อง Address bar สำหรับผู้ที่เปิดฟีเจอร์ใน Search Labs เท่านั้น
แต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา Google ได้เริ่มผสาน Gemini เข้ากับเบราว์เซอร์ Chrome โดยตรง ทำให้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่านไอคอนรูปดาวสี่แฉกบริเวณมุมขวาบนของหน้าจอ เมื่อกดใช้งาน ระบบจะเปิด Side Panel ขึ้นมาให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถาม ใส่ Prompt หรือสั่งงานด้วยเสียงได้ทันที โดยไม่ต้องสลับแท็บไปมา

ล่าสุด ฟีเจอร์ Gemini in Chrome รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยเริ่มใช้งานได้ทั้งบนเดสก์ท็อปและ iOS ส่วนผู้ใช้ Android สามารถเรียกใช้งาน Gemini ได้ผ่าน Chrome และแอปอื่น ๆ เพียงกดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้
ในด้านโมเดล AI ที่ใช้งาน ปัจจุบันจะใช้ Gemini 3.1 (Flash) ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด แต่สำหรับผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Pro หรือ Ultra ก็สามารถเลือกเปลี่ยนเป็นโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้นได้ ลองไปดูว่าเราจะสามารถใช้งานได้อย่างไรบ้าง
ข้อดีของการฝัง AI มาในเบราว์เซอร์คือ เราสามารถเรียกใช้ Gemini ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากหน้าเว็บที่กำลังเปิดอยู่ ด้วยแผงด้านข้างของ Google Chrome ช่วยให้เราทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้สะดวก เพียงคลิกไอคอนมุมขวาบน ก็สามารถเริ่มแชตกับผู้ช่วยส่วนตัวบนเบราว์เซอร์ได้ทันที

ไม่ว่าจะต้องการสรุปบทความยาวๆ หาไอเดียใหม่ๆ สร้างแบบทดสอบสั้นๆ หรือแม้แต่ตอบคำถามเฉพาะทาง เช่น การปรับสูตรอาหารให้เป็นวีแกน นอกจากนี้ AI ยังสามารถจดจำหน้าเว็บที่เคยเปิดไว้ ช่วยให้กลับมาทำงานต่อได้ง่ายโดยไม่ต้องเปิดแท็บค้างไว้จำนวนมาก
Chrome ผสานการทำงานกับบริการต่างๆ ของ Google อย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps, Google Calendar และ YouTube ทำให้คุณจัดการงานได้ทันทีจากหน้าเว็บเดียว แต่เราต้องเปิดการทำงานเชื่อมต่อกับ Workspace ก่อน
ยกตัวอย่างเช่น เราเปิด Google Flights หาเที่ยวบินจากกรุงเทพไปโตเกียว จากนั้นก็ให้ Gemini เปรียบเทียบราคาและระยะเวลาเดินทางให้เพื่อตัดสินใจได้ง่ายชึ้น รวมถึงสั่งให้ร่างและส่งอีเมลข้อมูลที่หามาแล้วผ่าน Gmail ได้ทันที พร้อมแก้ไขรายละเอียดก่อนส่งได้ในคลิกเดียว

อีก Use case นึงก็คือ การถามข้อมูลจากคลิปยาวๆ YouTube เช่น สรุปประเด็นสำคัญพร้อมระบุช่วงเวลา ทำให้เราสามารถข้ามไปดูหรือค้นคว้าข้อมูลเฉพาะช่วงที่แต่ละคนสนใจได้ โดยไม่ต้องไล่ดูทั้งหมดตั้งแต่ต้น เรียกว่าช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลย
Gemini ใน Chrome สามารถดึงข้อมูลจากหลายแท็บมารวมกัน ช่วยให้คุณวิเคราะห์และสรุปข้อมูลจากหลายแหล่งได้ในมุมมองเดียว ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนกิจกรรมทีม การค้นหาข้อมูล หรือเปรียบเทียบสินค้า เช่น สร้างตารางเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์จากหลายเว็บไซต์ได้ทันที ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

นอกจากนั้นเรายังสามารถดึงแชตที่คุยกับ Gemini ค้างไว้ในแท็บอื่น มาคุยต่อในหน้าแท็บปัจจุบันที่เปิดอยู่ได้ด้วย ทำให้ไม่ได้เสียเวลาไปก็อบข้อมูลไปมา
Chrome ยังรวมความสามารถของ Nano Banana 2 เข้ามาในเบราว์เซอร์โดยตรง เปิดให้ผู้ใช้แก้ไขหรือปรับแต่งรูปภาพบนเว็บได้ทันที เพียงพิมพ์คำสั่งในแผงด้านข้าง เช่น ทดลองจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ต่างๆ เพื่อช่วยตัดสินใจก่อนซื้อจริง โดยไม่ต้องดาวน์โหลดไฟล์หรือเปิดโปรแกรมอื่น

ใครที่ใช้งานเยอะไม่ต้องกลัวว่าจะหาข้อมูลเก่าไม่เจอ เพราะการโต้ตอบทั้งหมดจะ Sync และรวมไว้ใน gemini.google.com เพื่อให้ค้นหาการใช้งานที่ผ่านมาได้
ที่สำคัญฟีเจอร์ทั้งหมดถูกพัฒนาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ระบบ AI ถูกฝึกให้รับมือภัยคุกคาม เช่น Prompt Injection และมีการขออนุญาตก่อนทำคำสั่งสำคัญอย่างการส่งอีเมลหรือเพิ่มกิจกรรมในปฏิทิน นอกจากนั้น Chrome ยังใช้ระบบป้องกันหลายชั้น พร้อมการทดสอบแบบ Red Teaming อย่างต่อเนื่อง และด้วยระบบอัปเดตอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ได้รับการป้องกันจากภัยคุกคามใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
ส่วนฟีเจอร์ด้าน Agent เท่าที่ลองทดสอบ นั้นต้องบอกว่ายังรองรับ Auto Browse แบบง่ายๆ เช่น ช่วยวางแผน ช่วยเปรียบเทียบข้อมูล/ราคาสินค้าและบริการ แต่ยังไม่สามารถกรอกแบบฟอร์ม คุมเว็บอย่างกดจองร้านอาหารหรือจองโรงแรมแทนเราได้
นอกจากนี้ก็มีข้อควรระวังก็คือ AI จะสามารถรับรู้ข้อมูลที่อยู่บนหน้าจอได้ ดังนั้นควรเลี่ยงการใช้งานเวลาที่ต้องเข้าหน้าเว็บที่มีข้อมูลอ่อนไหว เช่น ชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เบอร์บัญชีธนาคาร
ส่วนใครอยากใช้งานก็ลองอัปเดต Chrome ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ แต่ถ้าใครอัปเดตแล้วยังใช้งานไม่ได้ไม่ต้องตกใจไป เพราะการอัปเดตจะเป็นแบบทะยอยปล่อยให้ใช้งานจนครบทุกคน





