
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ประกาศดำเนินคดีบุคคล 5 ราย ในปฏิบัติการปราบปรามขบวนการ ghost students หรือนักศึกษาผี ซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ขโมยข้อมูลตัวตนของชาวอเมริกันจำนวนมาก เพื่อสวมรอยเป็นนักศึกษาปลอมและสูบเงินกู้เพื่อการศึกษาของรัฐบาลกลาง
DOJ เผยว่ามีการตรวจพบแผนฉ้อโกงขนาดใหญ่ที่ AI เป็นหนึ่งในเครื่องมือครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยึด Cryptocurrency ได้กว่า 750,000 ดอลลาร์สหรัฐจากเครือข่ายมิจฉาชีพในครั้งนี้ คอลิน เอ็ม. แมคโดนัลด์ (Colin M. McDonald) ผู้ช่วยอัยการสูงสุดที่กำกับดูแลหน่วยบังคับใช้กฎหมายด้านการฉ้อโกงแห่งชาติของ DOJ ระบุว่านี่เป็นการยึดทรัพย์ข้ามประเทศครั้งแรก ดำเนินการในเคนยา และยกความดีความชอบให้กับมาตรการตรวจจับการทุจริตชุดใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ เขาส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และจะไล่ล่าผู้กระทำผิดไม่ว่าจะอยู่ที่เนแบรสกา นิวเจอร์ซีย์ เวอร์จิเนีย หรือไนโรบี
การแถลงข่าวมีเจ้าหน้าที่จาก FBI และกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ (DOE) ร่วมอธิบายวิธีการของแผนการนี้ด้วย
DOE ระบุว่า มีบัญชีที่ใช้เงินทางการศึกษาซึ่งต้องสงสัยว่ามีการโกงโดยใช้ข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ แล้วกว่า 830,000 บัญชี หากทั้งหมดเป็นนักศึกษาผีจริง ความเสียหายรวมจะสูงเกือบ 130 ล้านดอลลาร์ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันความเสียหายจริงแล้วกว่า 32 ล้านดอลลาร์ และเชื่อว่ายอดรวมจริงสูงกว่านั้นมาก
DOJ ตั้งข้อสงสัยว่า แผนการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่อย่างน้อยปี 2021 และมีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ AI เปิดช่องทางใหม่ให้โกงได้ เหยื่อมักไม่มีโอกาสรู้เลยว่าตัวตนของตัวเองถูกใช้ในทางที่ผิดไปแล้ว จนกระทั่งรัฐบาลทวงเงินกู้ในอีกหลายปีต่อมา แน่นอนว่าเรื่องแครดิตหรือความน่าเชื่อถือทางการเงินจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ผู้เสียหายหลายรายมีวุฒิเพียงมัธยมปลาย แต่กลับพบว่าตนเองมีประวัติเข้าเรียนในสถาบันที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังหาทางรับมือด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล การยืนยันตัวตนอัตโนมัติ และความร่วมมือข้ามประเทศ แต่ต้องหาสมดุลระหว่างการปิดช่องโหว่กับการไม่กีดกันนักศึกษาตัวจริง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ส่วนผู้ที่กังวลว่าข้อมูลของตนอาจถูกนำไปใช้ ควรตรวจสอบรายงานเครดิตและบัญชีเงินกู้เพื่อการศึกษาของตนเป็นระยะ ๆ ด้วย
ที่มา ArsTechinca






