จีนสั่ง Meta ห้ามซื้อ Manus บริษัทผู้พัฒนา Agentic ​AI สุดล้ำ

THE SUMMARY:

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Commission : NDRC) ได้สั่งระงับการเข้าซื้อกิจการ Manus ซึ่งเป็นสตาร์ตอัปผู้พัฒนามูลค่ากว่า 2,000 ล้านเหรียญของ Meta

Manus ก่อตั้งเมื่อปี 2022 โดยวิศวกรชาวจีน 2 คน ได้แก่ Hong, Ji และ Tao Zhang ซึ่ง Manus ได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากจีนไปยังสิงคโปร์ในช่วงกลางปี 2025 หลังจากนั้นไม่กี่เดือน ทาง Meta ก็เข้ามาเจรจาพร้อมประกาศเข้าซื้อ Manus ในเดือนธันวาคม 2025 ด้วยมูลค่าประมาณ 2–3 พันล้านเหรียญ โดยมีแผนจะนำเทคโนโลยี Agentic AI ไปรวมเข้ากับ Meta AI โดยตรง

สื่อต่างประเทศรายงานจากแถลงการณ์ที่ระบุว่า NDRC ได้ตัดสินใจระงับการลงทุนจากต่างชาติในโครงการ Manus ตามกฎหมาย และได้สั่งให้คู่สัญญาที่เกี่ยวข้องถอนการทำธุรกรรมการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้มีการประกาศคำสั่งนี้ออกมา แต่สถานการณ์อาจไม่ได้ง่ายนัก พนักงานของ Manus ประมาณ 100 คนได้ย้ายเข้าไปทำงานในสำนักงานของ Meta ที่สิงคโปร์ตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยผู้ก่อตั้งอย่าง Xiao Hong จะขึ้นตรงต่อ COO ของ Meta อย่าง Javier Olivan ทั้งนี้ Hong และหัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์อย่าง Yichao Ji อยู่ภายใต้คำสั่งห้ามเดินทางออกจากนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ได้

โฆษกของ Meta บอกกับสื่อต่างประเทศว่า การเข้าซื้อกิจการของ ​Manus ในครั้งนี้ ดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับอย่างครบถ้วน ดีลนี้กำหนดให้ Manus ต้องยุติการดำเนินงานในประเทศจีนทั้งหมด

การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นหนึ่งในการแทรกแซงดีลข้ามพรมแดนที่สำคัญที่สุดของจีน ซึ่งขยายไปไกลกว่าสงคตรามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา-จีน และจะสร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI โดยรวม ซึ่งคำสั่งของจีนแผ่นดินใหญ่อาจเป็นอุปสรรคสำหรับ Meta ในตลาด Agentic AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่ดีลล่มหรือไม่ล่ม แต่สะท้อนแนวโน้มใหม่ของภูมิรัฐศาสตร์ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม AI ระดับสูงอย่าง Agentic AI ที่รัฐบาลจีนเริ่มมองว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ต่างจากเซมิคอนดักเตอร์หรือ Big Data การที่ NDRC เข้ามาแทรกแซงแม้ Manus จะย้ายฐานบริษัทไปสิงคโปร์แล้ว แสดงให้เห็นว่าจีนยังคงอ้างอำนาจเหนือบุคลากร เทคโนโลยี และ IP ที่มีต้นกำเนิดจากจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ เรื่องนี้ก็ต้องรอดูกันว่า Meta จะหาทางออกได้อย่างไร

ที่มา TechCrunch

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...