
AI ไม่ได้ช่วยแค่ทำงานหรือเขียนอีเมลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “โค้ชการเข้าสังคม” ของคนรุ่นใหม่ เมื่อวัยรุ่นจำนวนมากเริ่มใช้ ChatGPT ช่วยคิดข้อความ คำพูด และแม้แต่บทสนทนาแบบเรียลไทม์ในชีวิตประจำวัน
The Wall Street Journal รายงานา คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยพึ่งพา AI ในการสื่อสาร ตั้งแต่การร่างข้อความในแอปหาคู่ คิดประโยคเปิดบทสนทนาในงานปาร์ตี้ ไปจนถึงช่วยตอบคำถามระหว่างการพูดคุยกับคนตรงหน้า

หนึ่งในตัวอย่างคือ นิฮาริกา อับบาราจู นักวิจัยวัย 20 ปี ที่ใช้ ChatGPT ช่วยงานวิจัยในเวลางาน แต่เมื่ออยู่นอกเวลาทำงาน AI กลับกลายเป็นผู้ช่วยด้านการเข้าสังคม ช่วยร่างข้อความหาคู่ คิดประโยคเริ่มคุย และสรุปข้อมูลหนังสือที่เธอไม่เคยอ่าน เพื่อให้สามารถร่วมวงสนทนาได้อย่างมั่นใจ
ปรากฏการณ์นี้กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีความกังวลเรื่องการเข้าสังคมหรือการสื่อสาร หลายคนใช้ AI เพื่อช่วยลดความเครียดก่อนการสนทนาสำคัญ หรือช่วยปรับโทนข้อความให้สุภาพและเหมาะสมมากขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเตือนว่า การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้สูญเสียความมั่นใจในการสื่อสารด้วยตัวเอง เพราะเริ่มตั้งคำถามกับสัญชาตญาณของตนเองทุกครั้งก่อนพูดหรือส่งข้อความ จนเกิดภาวะที่ถูกเรียกว่า “การไม่เชื่อมั่นในตัวเอง“
ด้านนักวิจัยจาก Wharton Business School ยังเสนอแนวคิด “Cognitive Surrender” หรือการยอมให้ AI คิดและตัดสินใจแทน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นกับการสื่อสาร ก็อาจทำให้ผู้คนมั่นใจใน “บทพูดที่ AI เขียน” มากกว่าความสามารถของตัวเอง
ผลการศึกษายังพบว่า แม้ AI จะช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น แต่กลับทำให้การสื่อสารมีความเป็นธรรมชาติลดลง โดยผู้ใช้มีแนวโน้มพูดได้แม่นยำน้อยลงถึง 3 เท่า แต่กลับมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ซึ่งสะท้อนว่า AI อาจช่วยลดความกังวลได้ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถสร้างทักษะการสื่อสารที่แท้จริงได้
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเตรียมตัวหรือระดมไอเดีย ไม่ใช่ให้ AI เขียนทุกบทสนทนา เพราะสุดท้ายแล้ว ทักษะการสื่อสารและความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้จากการฝึกพูดและปฏิสัมพันธ์กับผู้คนจริง ๆ เท่านั้น
ที่มา thenextweb






