
ผู้บริหารและนักวิจัยจาก OpenAI, Google, Meta และ Anthropic ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาเครื่องมือกำกับดูแล AI ขั้นสูง หวั่นความสามารถของ AI เติบโตเร็วเกินกว่ามาตรการด้านความปลอดภัยและกฎหมายจะตามทัน
กลุ่มผู้บริหารและนักวิจัยจาก OpenAI, Google, Meta และ Anthropic ได้ร่วมลงนามในโครงการ Pacing the Frontier เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศในการสร้างเครื่องมือทางเทคนิคและมาตรการกำกับดูแล ที่ช่วยควบคุม จังหวะของการพัฒนา AI ขั้นสูงให้เป็นไปอย่างปลอดภัย

แถลงการณ์ระบุว่า ความก้าวหน้าของ AI เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีความเสี่ยงที่เทคโนโลยีจะพัฒนาเร็วกว่าระบบความปลอดภัย การตรวจสอบ และกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้สังคมอาจรับมือกับผลกระทบไม่ทัน
ผู้ร่วมลงนามในโครงการนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญในวงการ AI เช่น ดาริโอ อโมเดอี (Dario Amodei) ซีอีโอของ Anthropic, ดอว์น ซอง (Dawn Song) รองประธานฝ่ายวิจัย AI ของ Meta และ ยาคุบ ปาโชกิ (Jakub Pachocki) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากองค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง Guidelight AI Standards และ Encode AI
ด้าน OpenAI ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ในอนาคต AI อาจสามารถเร่งการพัฒนาโมเดลใหม่ได้รวดเร็วจนโลกจำเป็นต้องมีวิธี กำหนดจังหวะการพัฒนา เพื่อให้สังคมมีเวลาปรับตัว ขณะที่ Anthropic ก็ย้ำว่า งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองของ AI แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของกลไกดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ Anthropic ยังเคยเสนอให้ห้องปฏิบัติการ AI ทั่วโลกพิจารณาหยุดการพัฒนาเป็นการชั่วคราว หากพบว่า AI มีศักยภาพพัฒนาตัวเองเร็วจนเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมความเสี่ยงได้
ฟาก NVIDIA ก็เดินหน้าสร้างพันธมิตรด้านความปลอดภัย AI ร่วมกับ Adobe, CrowdStrike และบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายแห่ง เพื่อพัฒนาเครื่องมือรักษาความปลอดภัยสำหรับ AI หลังเกิดเหตุด้านความมั่นคงไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม Hugging Face ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าประเด็นความปลอดภัยของ AI กำลังกลายเป็นวาระสำคัญของอุตสาหกรรมทั่วโลก
ที่มา reuters






