
มาร์ก เกอร์แมน (Mark Gurman) คนดังเจ้าประจำจาก Bloomberg เผยว่า อนาคต Apple อาจพัฒนา agentic AI ที่จะมาเป็นคู่แข่งทางตรงของ OpenClaw ซึ่งเป็น agentic AI ที่สามารถตัดสินใจและควบคุมซอฟต์แวร์ต่างๆ บนอุปกรณ์แทนผู้ใช้งานได้แบบอัตโนมัติ
เกอร์แมนบอกว่า ปัจจุบัน Apple กำลังซุ่มพัฒนา agentic AI ที่สามารถเข้าควบคุมและใช้งานซอฟต์แวร์ต่างๆ บน iPhone, iPad และ Mac ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งการคาดการณ์ของเกอร์แมนไปสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ล่าสุดของไมก์ ร็อกเวลล์ (Mike Rockwell) หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมผู้ดูแล Siri ที่ได้ให้ความเห็นหลังจบงาน WWDC 2026 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยร็อกเวลล์ไม่ได้ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่ Siri จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ
agentic AI เป็นระบบที่ทำงานแบบลูป เริ่มตั้งแต่รับข้อมูลเข้ามา ตัดสินใจ และลงมือทำ ซึ่งระบบของ Apple ในปัจจุบันยังเป็นรูปแบบที่ต้องรอรับคำสั่งจากผู้ใช้เป็นหลัก แต่สถาปัตยกรรมเบื้องหลังของ Siri ในตอนนี้ถูกยกเครื่องใหม่ให้มีความทันสมัยทั้งหมดแล้ว ดังนั้น ขอบเขตที่ Siri จะสามารถทำงานได้ก็กว้างขึ้นเช่นกัน
ด้านเครก เฟเดอริกกี (Craig Federighi) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple ก้ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ agentic เช่นกัน เฟเดอริกกี้บอกว่า ปัจจุบัน agentic ถือว่ายังอยู่ในช่วงทดลอง ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของ Apple ยังคงเป็นการค้นหาประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุดเป็นอันดับแรก แต่ที่น่าสนใจคือ เฟเดอริกกีไม่ได้บอกว่า Apple จะไม่ทำ agent AI
หากในอนาคต Apple สามารถยกระดับ Siri ให้กลายเป็นระบบ agent AI ที่สามารถใช้งานหรือควบคุมซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ได้อย่างเต็มรูปแบบ เหมือนกับเทคโนโลยีอย่าง OpenClaw หรือเครื่องมือจากค่าย Google และ Anthropic จะถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่ของ Apple ที่เหนือกว่าทุกฟีเจอร์ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวใน Apple Intelligence เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
จุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของ Apple คือการเป็นผู้ควบคุมเบ็ดเสร็จทั้ง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และชิปประมวลผล หาก Apple พัฒนา agentic AI ของตัวเองสำเร็จ AI นี้จะสามารถเข้าถึงการทำงานระดับลึกของ iOS, iPadOS และ macOS ได้
AI ของ Apple จะสามารถสั่งการแอปพลิเคชันข้ามไปมาได้อย่างไร้รอยต่อ ในขณะที่ AI จากบริษัทภายนอกหรือ Third-party อย่าง OpenClaw หรือ Google จะต้องเจอกับข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของ Apple ที่ไม่ให้แอปภายนอกเข้าควบคุมเครื่องได้เต็มที่
การอนุญาตให้ AI เข้ามาควบคุมหน้าจอและทำงานแทนเรา จำเป็นต้องอาศัยความไว้ใจระบบมาก ๆ เพราะ AI จะเห็นทุกอย่างบนหน้าจอ ทั้งข้อความส่วนตัว ข้อมูลการเงิน และรหัสผ่านต่าง ๆ จุดนี้คือความได้เปรียบอย่างมหาศาลของ Apple เพราะแบรนด์ถูกสร้างมาด้วยจุดยืนด้าน Privacy มาโดยตลอด
การออกแบบสถาปัตยกรรมให้ AI ประมวลผลบนอุปกรณ์เป็นหลัก จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกปลอดภัยและกล้าเปิดสิทธิ์ให้ AI ทำงานแทน มากกว่าการใช้ AI ที่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ของบริษัทอื่นตลอดเวลา
หาก Apple สามารถพัฒนา agentic AI ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ภายในแบรนด์ของ Apple เองมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการผสานความฉลาดระดับควบคุมเครื่องได้เอง เข้ากับระบบนิเวศที่ปลอดภัยและ UX ที่ยอดเยี่ยม ก็จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ยกระดับวิถีการใช้งาน PC และสมาร์ตโฟนของมนุษย์ไปอีกรูปแบบหนึ่งเลย
ที่มา MacRumors





