
Google Cloud เดินหน้าผลักดันองค์กรไทยเข้าสู่ยุค Agentic AI อย่างเต็มตัว ภายในงาน Leaders’ Connect 2026 พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ “AI Ready” เปลี่ยน AI จากเครื่องมือทดลองไปสู่เป็นการใช้จริงในระดับองค์กร
การมาถึงของ Generative AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานระดับบุคคลไปสู่ระดับองค์กร (Institutional AI) อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมคาดการณ์ว่า AI จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี หากมีการปรับใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

สรุจ ทิพเสนา Country Manager คนใหม่ของ Google Cloud ประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้องค์กรจำนวนมากก้าวผ่านช่วงทดลองใช้ AI (Pilot) แล้ว ความท้าทายต่อไปคือการนำ AI เข้าไปทำงานร่วมกับระบบหลักขององค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง
การใช้งาน AI ในองค์กรจำเป็นต้องมี 5 องค์ประกอบสำคัญ คือ Governance (การกำกับดูแล), Team (การทำงานร่วมกัน), Workflow (ฝัง AI ในกระบวนการทำงาน), Data (เข้าถึงข้อมูลอย่างปลอดภัย) และ System (โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI) ฟาก Google Cloud ได้นำเสนอ Gemini Enterprise ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI สำหรับองค์กรที่เน้นความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และความสามารถในการเชื่อมต่อกับข้อมูลภายในองค์กร
Google Cloud ผลักดันแนวคิดการเปลี่ยนผ่านจาก “Cloud First” สู่ “AI Ready” ผ่าน AI Stack แบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน โมเดล Gemini ไปจนถึง Gemini Enterprise ที่ช่วยให้องค์กรเชื่อมต่อระบบเดิมได้ง่ายขึ้น บริหารต้นทุนการใช้งาน AI หรือ Tokenomics ได้แม่นยำ และขยายการใช้งาน AI Agent จากระดับทดลองไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างปลอดภัย
Google Cloud ยังยกตัวอย่างองค์กรไทยในหลายอุตสาหกรรมที่เริ่มใช้ AI สร้างมูลค่าทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งประเด็นที่ Google Cloud ให้ความสำคัญคือการบริหารต้นทุน AI เมื่อองค์กรเริ่มใช้งานในวงกว้าง Gemini Enterprise ถูกออกแบบให้เลือกใช้โมเดล AI ที่เหมาะกับแต่ละงาน พร้อมเครื่องมือด้าน FinOps และ Governance ที่ช่วยติดตามต้นทุน ประสิทธิภาพของ AI Agent และประเมินผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างละเอียด ช่วยลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่ควบคุมไม่ได้
นอกจากการขยายการใช้งาน AI แล้ว Google Cloud ยังเปิดตัว Google AI Threat Defense ระบบความปลอดภัยที่ใช้ AI ช่วยตรวจจับ วิเคราะห์ และรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติ
ระบบนี้ผสานเทคโนโลยีจาก Wiz, CodeMender, Gemini และทีมผู้เชี่ยวชาญของ Mandiant เพื่อช่วยองค์กรค้นหาช่องโหว่ จัดลำดับความเสี่ยง และป้องกันการโจมตีได้อย่างต่อเนื่อง

สตีฟ เลดเซียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Google Cloud Security และ Mandiant ประจำญี่ปุ่นและเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจุบัน AI ทำให้การโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่าเดิมมาก จากที่เคยใช้เวลาหลายสัปดาห์ อาจเหลือเพียงไม่กี่นาทีหรือไม่กี่ชั่วโมง ทำให้องค์กรจำเป็นต้องใช้ AI หลายโมเดลทำงานร่วมกันเพื่อตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงที
Google Cloud ตอกย้ำความสำคัญของตลาดประเทศไทยผ่านการลงทุนใน 2 มิติหลัก: Cloud Region ในประเทศไทย: ช่วยให้องค์กรสามารถประมวลผลข้อมูลในประเทศ ลดความหน่วง และตอบโจทย์ด้านกฎระเบียบ เช่น PDPA และ GDPR สำหรับธุรกิจที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ โครงการ “ปัญญาไทย” เป็นความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อสร้างทักษะด้าน AI ให้กับพนักงานและคนไทย โดยปัจจุบันมีการอัปสกิลไปแล้วกว่า 150,000 คน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยุคแรงงาน AI อัจฉริยะ
การประกาศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Google Cloud ต้องการผลักดันให้องค์กรไทยก้าวข้ามการใช้ AI แบบทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร โดยให้ความสำคัญทั้งด้านประสิทธิภาพการทำงาน การควบคุมต้นทุน และความมั่นคงปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมสู่ยุค Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ






