AI ช่วยศิลปินป่วยพาร์กินสันสร้างอัลบั้มเพลงชุดใหม่ หลังเล่นกีตาร์ไม่ได้

THE SUMMARY:

ซามูเอล สมิธ นักร้องนักแต่งเพลงชาวลอนดอนป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน ใช้เครื่องมือ AI อย่าง Suno และ Udio ช่วยสร้างเดโมเพลง หลังอาการป่วยส่งผลให้ไม่สามารถเล่นกีตาร์ได้เหมือนเดิม

ซามูเอล สมิธ นักร้องและนักแต่งเพลงวัย 49 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคพาร์กินสันในปี 2020 ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการสั่น แข็งเกร็ง และอ่อนล้า จนกระทบต่อทักษะการเล่นกีตาร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานของเขา

แม้ต้องเผชิญข้อจำกัดทางร่างกาย สมิธเพิ่งเปิดตัวอัลบั้มชุดที่สอง The Art of Letting Go โดยหนึ่งในเพลงบรรเลงของอัลบั้มชื่อ “Horizon” ถูกพัฒนาขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากแพลตฟอร์ม AI สร้างดนตรีอย่าง Suno และ Udio

แทนที่จะเล่นกีตาร์เพื่อทำเดโมเพลงเหมือนในอดีต สมิธเลือกใช้วิธีฮัมทำนองลงในโทรศัพท์มือถือ ก่อนอัปโหลดไฟล์เสียงเข้าสู่ระบบ AI พร้อมระบุแนวทางด้านอารมณ์ เครื่องดนตรี และสไตล์ที่ต้องการ จากนั้นนำผลลัพธ์ที่ได้ไปปรับแต่งซ้ำหลายสิบครั้ง เพื่อให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาจินตนาการไว้มากที่สุด ก่อนส่งต่อให้นักดนตรีตัวจริงนำไปบันทึกเสียงในสตูดิโอ

เขาย้ำว่า AI ไม่ได้มีส่วนร่วมในเวอร์ชันสุดท้ายของเพลง และไม่ได้แต่งเพลงแทนเขา แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยสื่อสารไอเดียทางดนตรีในช่วงเวลาที่สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย

อัลบั้ม The Art of Letting Go ยังได้รับการสนับสนุนจากทีมงานระดับแนวหน้าของวงการดนตรีอเมริกัน โดยมี แมตต์ โรลลิงส์ โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมี เป็นผู้ดูแลการผลิต พร้อมด้วยนักดนตรีชื่อดังอีกหลายคน รวมถึงนักกีตาร์เจ้าของการเสนอชื่อเข้าชิงแกรมมีอย่าง จูเลียน ลาจ

สำหรับสมิธ หนึ่งในช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุดของการทำอัลบั้มคือการได้กลับมาจับกีตาร์อีกครั้งระหว่างการบันทึกเพลง “Horizon” แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ

กรณีของสมิธสะท้อนอีกด้านหนึ่งของเทคโนโลยี AI ที่มักไม่ถูกพูดถึงมากนัก ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการนำผลงานลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI และข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างบริษัทเพลงรายใหญ่กับผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอย่าง Suno และ Udio

ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีและเทคโนโลยีมองว่า AI อาจเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้พิการหรือผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดทางร่างกายสามารถเข้าถึงการสร้างสรรค์ดนตรีได้มากขึ้น คล้ายกับที่ซอฟต์แวร์บันทึกเสียงราคาประหยัดเคยช่วยให้การผลิตเพลงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป

แต่นักวิชาการบางส่วนเตือนว่าการพึ่งพา AI มากเกินไปอาจทำให้กระบวนการเรียนรู้ ทดลอง และการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาศิลปิน ลดความสำคัญลง

แต่สำหรับสมิธ เทคโนโลยีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายโอกาสทางความคิดสร้างสรรค์ได้ หากถูกนำมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ แต่สำหรับสมิธ เทคโนโลยีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันสามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายโอกาสทางความคิดสร้างสรรค์ได้ หากถูกนำมาใช้อย่างมีความรับผิดชอบ

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาได้ร่วมงานกับสถาบัน Berklee Music and Health Institute ในนครนิวยอร์ก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้ดนตรีช่วยผู้ป่วยโรคทางระบบประสาท และกลับขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับนักดนตรีจากอัลบั้มของเขาอีกครั้ง

ที่มา japantoday ภาพจาก instagram

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...