
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ใน “ธี่หยด” ทั้งสามภาค คือ การฉายภาพครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าบนโต๊ะอาหาร ที่แต่ละภาคก็จะมีอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการอยู่พร้อมหน้าบนโต๊ะอาหารสามารถบ่งบอกความสัมพันธ์ในแต่ละครอบครัวได้เป็นอย่างดี
เปรียบเหมือนวันธรรมดาวันหนึ่งในครอบครัว ที่คนเป็นแม่เป็นเหมือนตัวแทนคนที่เอาใจใส่ทุกคนในครอบครัว คอยจัดแจงสำรับอาหารให้ และคนเป็นพ่อที่เป็นตัวแทนของค่านิยมคนในบ้าน ที่ต้องการสั่งสอนให้ลูก ๆ ไปในทิศทางใดบ้าง ก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายกับคนในครอบครัวที่จากไปลับอย่างไม่มีวันกลับ

เป็นเหมือนภาพหลังการสูญเสีย สมาชิกบนโต๊ะอาหารหายไปหนึ่งคน สมาชิกที่เหลือในครอบครัวต้องจับมืออยู่ร่วมกัน และเดินหน้าใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้หลังจากการสูญเสียนี้ ท่ามกลางความหวาดระแวงของคนเป็นพ่อที่นั่งเฝ้ายามทุกคืน และยักษ์ที่สั่งสมความแค้นไว้เต็มอก

เปรียบเหมือนครอบครัวที่กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง หลังจากผ่านเรื่องร้าย ๆ มาได้ หยาดที่ออกเรือนอยู่กินกับสามี เธอก็ได้มาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งพร้อมลูกในท้องอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนบนโต๊ะอาหารแสดงความเป็นห่วงเป็นใยมากขึ้น ยักษ์ที่คิดว่ามีเรื่องหมดห่วงแล้วก็กลับไปมีความคิดที่อยากกลับไปเป็นทหารอีกครั้ง ทุกคนก็สนับสนุนเป็นอย่างดี ไม่มีใครคิดว่าเขาทิ้งการทิ้งงานเหมือนตอนภาคแรกอีก แต่แล้วก็เกิดเรื่องร้ายขึ้นเสียก่อน

และนอกเหนือจะให้เห็นความสัมพันธ์ในครอบครัวแล้ว ยังบ่งบอกถึงการเติบโตของแต่ละคนด้วย ที่ชัดสุดคือ “หยาด” ที่เริ่มจากเป็นสาว แต่งงานมีสามี และกำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก ตามมาด้วย “เฮียฮั่ง” คนเป็นพ่อ จากเป็นพ่อที่เข้มงวด บัดนี้ได้เป็นพ่อที่ผ่อนปรนลง รวมถึง “ยี่” น้องเล็กของบ้านที่จากตัวน้อย ๆ จนใกล้แตกเนื้อสาว ที่ฟันน้ำนมซี่สุดท้ายได้หลุดออกไปแล้ว และกำลังจะนำพาเราไปสู่ธี่หยด 3 นี้
ใครที่สนใจรับชม “ธี่หยด 3” เช็กรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Major Cineplex





