ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหา AI แย่งงาน เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กลับมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน
ความเคลื่อนไหวในวงการปัญญาประดิษฐ์ เอไอพัฒนาไปถึงขั้นไหน มีผลกระทบอย่างไร Ceei รวบรวมมาแล้ว
ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหา AI แย่งงาน เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia กลับมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแย่งงาน
คอนเทนต์พอดแคสต์ที่สร้างด้วย AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงทำให้แพลตฟอร์มเต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำและควบคุมได้ยากกว่าเดิม ที่ผ่านมาประเด็น AI มักถูกพูดถึงในแวดวงดนตรี แต่สำหรับพอดแคสต์ ปัญหานี้ซับซ้อนกว่า เพราะเครื่องมือ AI ในปัจจุบันสามารถสร้างรายการทั้งตอน พากย์เสียง ตัดต่อ และอัปโหลดได้แบบอัตโนมัติภายในเวลาอันสั้น เร็วกว่าการผลิตแบบสตูดิโอมืออาชีพหลายเท่า คำถามสำคัญคือ พอดแคสต์กำลังกลายเป็น “โรงงานผลิตคอนเทนต์คุณภาพต่ำ” แห่งต่อไปหรือไม่? Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลของ Podcast Index ระบุว่า ภายในเวลาเพียงประมาณ 9 วัน มีพอดแคสต์ใหม่เกิดขึ้นถึง 10,871
Google ยกระดับฟีเจอร์ Circle to Search ให้ฉลาดยิ่งขึ้น เพิ่มความสามารถอ่านทั้ง URL และไฟล์ PDF เพื่อดึงบริบททั้งหมดมาวิเคราะห์ และสร้างคำตอบเชิงลึกด้วย AI ได้ ก่อนหน้านี้ Circle to Search จะอ้างอิงข้อมูลจากสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นหลัก ซึ่งแม้จะใช้งานสะดวก แต่ก็จำกัดความเข้าใจของ AI ต่อเนื้อหาทั้งหมดของเอกสารหรือหน้าเว็บ การอัปเดตในแอป Google เวอร์ชันเบต้า (v17.18.24) ครั้งนี้จึงเพิ่มความสามารถใหม่พร้อมเปลี่ยนชื่อจาก “ค้นหาโดยใช้หน้าจอทั้งหมดของคุณ” เป็น
ศาลจีนได้สร้างเรื่องฮือฮาให้กับบริษัทเทคโนโลยีที่ต่างหาแนวทางการลดต้นทุนด้วยนำ AI เข้ามาใช้ โดยศาลมีคำตัดสินว่าการนำ AI
ใบหน้าของคนเราไม่ได้สะท้อนแค่อารมณ์ แต่ยังบอกถึงอายุ สุขภาพ และผลกระทบจากความเครียดหรือไลฟ์สไตล์ได้ด้วย บางคนจึงดูแก่กว่าอายุจริงแม้อายุเท่ากัน นักวิจัยจาก Mass General Brigham ในสหรัฐฯ ได้พัฒนา AI ชื่อ FaceAge ที่สามารถประเมิน biological age หรืออายุทางชีวภาพจากภาพถ่ายใบหน้าเพียงภาพเดียวได้ โดยอายุชีวภาพหมายถึงสภาพความเสื่อมของร่างกายจริง ๆ ไม่ใช่อายุที่นับตามปีเกิดซึ่งทีมวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งมักมีใบหน้าที่ดูแก่กว่าอายุจริงประมาณ 5 ปี และยิ่งดูแก่กว่ามากเท่าไร ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมีผลลัพธ์การรักษาที่สำเร็จน้อยลงไปเท่านั้น FaceAge ทำงานอย่างไร? นักวิจัยใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า Face
ศาลในประเทศจีนตัดสินบริษัทต่างๆ ไม่สามารถเลิกจ้างพนักงานได้ เพียงเพราะนำ AI มาทำงานแทนได้ในต้นทุนที่ถูกกว่า คดีนี้เกิดขึ้นที่ศาลประชาชนระดับกลางเมือง หางโจว โดยเผยแพร่คำตัดสินเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เมื่อพนักงานรายหนึ่งยื่นฟ้องบริษัทเทคโนโลยีออนไลน์ หลังถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ก่อนหน้านี้เขาทำงานในตำแหน่งตรวจสอบคุณภาพคำตอบของ AI ทั้งความถูกต้องของคำตอบ กรองเนื้อหาที่มีปัญหาหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวโดยได้รับเงินเดือน 25,000 หยวน หลังบริษัทนำระบบ AI มาใช้ จึงพยายามโยกย้ายเขาไปในตำแหน่งอื่นพร้อมลดเงินเดือนเหลือแค่ 15,000 หยวน เมื่อเจ้าตัวปฏิเสธ จึงถูกบริษัทเลิกจ้าง ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การนำ AI มาใช้เป็นเพียงการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ไม่ใช่ “การเปลี่ยนแปลงสำคัญ”
เพนตากอนประกาศอย่างเป็นทางการว่ากองทัพได้เซ็นสัญญากับ 7 บริษัทเทคโนโลยีด้าน AI เพื่อนำโมเดล AI มาใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ลับของกองทัพ เปิดทางให้กองทัพสามารถใช้ความสามารถของ AI เพื่อช่วยในการทำสงครามได้ สัญญากับทั้ง 7 บริษัท ประกอบไปด้วย SpaceX, OpenAI, Google, Nvidia, Reflection, Microsoft, และ Amazon Web Services (AWS) โดยไม่มี Anthropic หรือบริษัทผู้พัฒนา Claude หลังจากทาง
ใครที่ใช้งาน Gemini เป็นประจำ ตอนนี้ Google ปล่อยอัปเดตใหม่สามารถสร้างไฟล์เพื่อใช้งานต่อได้ทันที รองรับทั้ง PDF, TXT, RTF และ CSV การใช้งานก็แต่พิมพ์สิ่งที่ต้องการ เช่น “สร้างงบประมาณ” หรือ “สรุปรายงาน” จากนั้นแตะปุ่มส่งออก (Export) ก็สามารถดาวน์โหลดไฟล์ในรูปแบบที่ต้องการได้ทันที เปลี่ยนสิ่งที่ทำอยู่ให้กลายเป็นไฟล์พร้อมใช้งานได้ในไม่กี่คลิก โดยไม่ต้องสลับไปจัดรูปแบบในแอปอื่นให้เสียเวลา จุดเด่นสำคัญของฟีเจอร์นี้คือ ช่วยลดขั้นตอนเดิม ๆ อย่างการคัดลอก วาง และจัดเลย์เอาต์ใหม่ทั้งหมด ผู้ใช้สามารถส่งออกงานไปใช้งานต่อได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการทำงบประมาณใน
คลิปวิดีโอโรงงานในอินเดียสุดไวรัลที่กำลังถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดยเป็นภาพพนักงานภายในโรงงานที่สวมกล้องบนหัวซึ่งแม้แหล่งที่มาของข่าวจะไม่ได้ระบุแน่ชัด แต่หากพิจารณาจากเทรนด์ในปัจจุบันก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่กล้องดังกล่าวจะถูกใช้บันทึกเพื่อสอน AI หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่จนไวรัลก็ทำให้เกิดการคาดการณ์มากมายว่ากล้องที่พนักงานต่างสวมนั้นมีไว้ใช้เพื่ออะไร แต่สิ่งที่ผู้คนคาดการณ์มากที่สุดคือกล้องดังกล่าวถูกนำมาบันทึกเพื่อนำไปเทรน AI เนื่องจากมุมมองของกล้องนั้น จับภาพสิ่งที่คนงานเหล่านี้เห็นพอดี ตั้งแต่การเคลื่อนไหวของมือ การทำงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งชุดข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้เทรน AI ได้ ทำให้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรสามารถเรียนรู้และทำตามได้ไม่ยาก หากการคาดการณ์ของชาวเน็ตถูกต้องจริง ๆ ก็อาจเป็นเรื่องไม่ตลกนักสำหรับพนักงานเหล่านี้ เพราะหากข้อมูลที่เก็บไปถูกนำไปใช้เทรน AI และเครื่องจักรจริงก็อาจทำให้พนักงานเหล่านี้ตกงานได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม มีเสียงจากอีกฝั่งบอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาของอุตสาหกรรมที่ต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ตลอดเวลา ระบบอัตโนมัติถูกนำมาใช้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ อยู่แล้ว และตอนนี้อาจเปลี่ยนเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้น
Freepik เว็บค้นหาภาพสต็อก และเวกเตอร์ที่หลายคนคุ้นเคย กำลังรีแบรนด์ครั้งใหญ่สู่ชื่อใหม่ ‘Magnific’ พร้อมปรับตัวเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบเต็มรูปแบบ สร้าง แก้ไข ไปถึงงานระดับโปรดักชันในที่เดียว ย้อนกลับไปในปี 2010 Freepik เริ่มต้นจากการเป็น search engine สำหรับหาภาพสต็อกหรือเวกเตอร์เพื่อมาใช้สำหรับงานกราฟิก แต่วันนี้สิ่งนั้นแทบจะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ของ ecosystem ใหม่ไปแล้ว กับการก้าวเข้าสู่ Magnific แพลตฟอร์ม AI ที่ครอบคลุมตั้งแต่ ซึ่งการรีแบรนด์ในครั้งนี้ บริษัทกล่าวว่าไม่ได้เกิดจากการวิ่งตามเทรนด์





