
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับ “วันถ่ายภาพโลก” World Photography Day ของทุกปี กองทัพเรืออังกฤษ (Royal Navy) ได้เผยแพร่สารคดีสั้นที่น่าสนใจ ซึ่งพาไปเปิดมุมมองว่า การทำงานเป็นช่างภาพในกองทัพเรือของอังกฤษนั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร พร้อมกับพูดถึงมุมมองของช่างภาพภาคสนามต่อเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน
โดยในวิดีโอสารคดียาวเกือบ 16 นาที ได้มีการนำเสนอการทำงานเบื้องหลังของช่างภาพกองทัพเรือทั้งที่ยังประจำการ และเกษียณไปแล้ว มาเล่าประสบการณ์การทำงานที่เข้มข้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดต่าง ๆ ตั้งแต่เก็บภาพเรือดำนำ้ในจังหวะสำคัญที่อะแลสกา ไปจนถึงการถ่ายภาพประธานาธิปดี ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือความคิดเห็นของช่างภาพเหล่านี้ที่มีต่อเทคโนโลยี AI
จ่าสิบเอกโฮร์ (Chief Petty Officer Hoare) ผู้ที่เคยถ่ายวิดีโอวินาทีสำคัญของเรือดำน้ำขนาดมหึมากำลังทะลุขึ้นมาจากแผ่นน้ำแข็งในทวีปอะแลสกา และยังเคยถ่ายภาพอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดวิด แคเมอรอน (David Cameron) ขณะพูดคุยกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ในห้องทำงานรูปไข่ (The Oval Office) มาแล้ว เน้นย้ำถึงความสำคัญของภาพถ่ายจริง โดยกล่าวว่า
โลกกำลังเต็มไปด้วยภาพมากมาย แต่ภาพจำนวนมากเหล่านั้นไม่ใช่ของจริง และยังมีจำนวนไม่น้อยที่สร้างขึ้นด้วย AI
จ่าสิบเอกโฮร์ กล่าวต่อว่า เรารู้ว่ามีกลุ่มที่ไม่ได้เป็นมิตรต่อสหราชอาณาจักร ซึ่งกำลังเผยแพร่ข้อมูลจำนวนมากเข้ามาในประเทศ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นอาจไม่ใช่เรื่องจริง หรือสรุปง่าย ๆ ว่า เทคโนโลยี AI อาจถูกนำไปใช้สร้างข้อมูลปลอมนั่นเอง
ในทางกลับกัน สิ่งสำคัญที่ช่างภาพกองทัพเรืออังกฤษทำ คือ “การบันทึกภาพชีวิตจริงที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา” ลองจินตนาการดูว่า หากพวกเขาใช้ AI สร้างภาพทหารเรือขึ้นมาแทนที่จะใช้ภาพของทหารเรือที่กำลังปฏิบัติหน้าที่จริง ๆ ภาพลักษณ์ในอนาคตต่อไปจะเช่นไร ?
“เราไม่ได้โกหกเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เราไม่ได้โกหกเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำ”
จ่าสิบเอกโฮร์กล่าว
ขณะที่ ฌอน คลี (Sean Clee) อดีตช่างภาพทหารเรืออังกฤษซึ่งเคยประจำการในอัฟกานิสถาน และครั้งหนึ่งยังเคยเป็นคนแรกที่ลงจากเฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่อันตรายของกลุ่มตาลีบัน เพียงเพื่อที่จะถ่ายภาพจังหวะลงเครื่องของเหล่าทหาร ซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีต่อมาก็มีการปะทะกันเกิดขึ้น ได้เห็นพ้องตรงกันว่า AI จะยังไม่มีทางเข้ามาแทนที่งานที่เขาเคยทำได้
มันไม่สามารถลงพื้นที่จริงได้ ไม่สามารถออกไปค้นหาเรื่องราว ความน่าสนใจของผู้คน และไม่สามารถค้นพบเรื่องราวเหล่านั้นได้ด้วยตัวมันเอง
ฌอน คลี (Sean Clee) อดีตช่างภาพทหารเรืออังกฤษ กล่าว
แม้งานนี้จะทำให้พวกเขาได้บันทึกเหตุการณ์ที่น่าทึ่งที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มากมาย แต่ก็ยังมีอีกมุม เช่นอาจจะได้รับมอบหมายให้เก็บภาพภารกิจสุดอันตรายหรือการต้องทำหน้าที่ถ่ายภาพในงานศพที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เฮเลย์นา เบอร์เก็ตต์ (Helayna Birkett) ช่างภาพทหารเรือหญิง กล่าวว่า
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักคนที่เสียชีวิต แต่แค่ได้เห็นความโศกเศร้าของครอบครัว ได้เห็นอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขา บางคนอาจได้รับผลกระทบมากกว่าคนอื่น และฉันรู้ว่าตัวเองว่าได้รับผลกระทบจากมันเช่นกัน…
และนั่นก็เป็นอีก 1 ตัวอย่างที่ชัดเจน ว่าสิ่งที่ช่างภาพมนุษย์มี แต่ AI ไม่มี ก็คือความสามารถในการรับรู้ และสัมผัสอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตรงหน้า และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกเหล่านั้นลงในภาพถ่ายแต่ละใบ ผ่านมุมมองของช่างภาพแต่ละคน
ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี AI รวมถึงเทคโนโลยีสร้างภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) พัฒนาก้าวล้ำขึ้นทุกวัน และถูกนำมาใช้ในหลากหลายวงการตั้งแต่ภาพยนตร์ เกม โฆษณา รวมไปถึงสื่อบันเทิงอื่น ๆ (ไม่เว้นแต่ภาพเมนูในร้านอาหาร…)
แต่สำหรับงานที่ต้องลงพื้นที่จริง เพื่อบันทึกภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง AI ยังคงไม่สามารถเข้ามาทดแทนช่างภาพภาคสนามได้ และในอนาคตอันใกล้ AI ก็ยังยากที่จะทำหน้าที่แทนพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์…
ที่มา: PetaPixel






