
iPhone 18 Pro เจอปัญหาใหม่หลังวางขายได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ เมื่อผู้ใช้จำนวนหนึ่งพบว่าตัวเครื่องอะลูมิเนียมชุบอโนไดซ์เริ่มสีซีดจางและเปลี่ยนสี โดยเฉพาะสี Burgundy ที่เป็นไฮไลต์ของรุ่นนี้
GSMArena รายงานโดยรวบรวมภาพจากผู้ใช้งาน พบว่าชั้นผิวอโนไดซ์บนตัวเครื่องบางเครื่องเริ่มสูญเสียความเข้มของสี หลังใช้งานตามปกติเพียงไม่กี่วัน โดยอาการมักเริ่มจากบริเวณรอบโมดูลกล้องด้านหลัง ก่อนค่อยๆ ลามไปยังส่วนอื่นของกรอบเครื่อง
ผู้ใช้ที่พบปัญหาระบุว่าการทำความสะอาดทั่วไปไม่สามารถทำให้สีเดิมกลับมาได้ จึงไม่น่าจะเกิดจากคราบมันหรือสิ่งสกปรกบนพื้นผิว ขณะที่มีรายงานบางส่วนระบุว่า รุ่นสีดำก็พบอาการซีดจางในลักษณะเดียวกัน แม้จะพบไม่มากเท่าสี Burgundy
ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แท้จริง แต่มีการตั้งข้อสังเกตไว้ 2 แนวทาง อย่างแรกคือ อาจเกิดจากความร้อนสะสมบริเวณใกล้กล้อง โดยเฉพาะขณะถ่ายภาพหรือวิดีโอเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิของกรอบเครื่องสูงขึ้นและส่งผลต่อความเสถียรของชั้นอโนไดซ์
อีกประเด็นคือ รังสี UV จากแสงแดด ซึ่งอาจเร่งการเสื่อมสภาพของเม็ดสี โดยผู้ใช้บางรายสังเกตว่าสีซีดลงอย่างชัดเจนหลังใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ปัญหานี้ยังทำให้นึกถึงกรณี iPhone 17 Pro ที่เคยมีรายงานเรื่องพื้นผิวเปลี่ยนสีและเกิดออกซิเดชัน โดยเฉพาะสี Cosmic Orange และ Mist Blue แต่ครั้งนี้ผู้ใช้บางส่วนมองว่าปัญหาของ iPhone 18 Pro อาจเกิดขึ้นในวงกว้างกว่า
ตอนนี้ Apple ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปัญหานี้ ขณะที่ GSMArena ระบุว่าเครื่องทดสอบสี Burgundy ของเว็บไซต์เองยังไม่พบการเปลี่ยนสี ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับรูปแบบการใช้งานที่ส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคารและมีการควบคุมสภาพแวดล้อม
หากพบว่าตัวเครื่องซีดจางหรือเปลี่ยนสีก่อนเวลาอันควร โดยเฉพาะในช่วงรับประกัน ผู้ใช้งานควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบที่ Apple Support หรือ Apple Store เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินว่าเข้าข่ายข้อบกพร่องของตัวเครื่องหรือไม่
ที่มา ubergizmo






