เมื่อ Google ส่ง Googlebook ทำให้ Microsoft อาจเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดในสงคราม Ecosystem ยุค AI

THE SUMMARY:

การเปิดตัว Googlebook ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของ Google เท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของ Google ที่กำลังพยายามปิดจุดอ่อนที่สำคัญในสินค้ากลุ่มฮาร์ดแวร์ของตัวเอง นั่นก็คือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนั่นเอง

Google เดินเกมแบบเดียวกับ Apple

สิ่งที่ทำให้ Apple แข็งแกร่งมาก ๆ ไม่ใช่แค่ iPhone iPad Mac หรือสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่คือการที่ทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันได้อย่างแนบเนียนซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของระบบนิเวศของ Apple เลย อย่าง Continuity ที่เริ่มเขียนอีเมลบน iPhone แล้วไปทำต่อบน Mac ใช้ Universal Clipboard คัดลอกจากเครื่องหนึ่งไปวางอีกเครื่องหนึ่ง ใช้ iPhone เป็นกล้องของ Mac หรือใช้ iPhone Mirroring เพื่อควบคุม iPhone จาก Mac ได้ เป็นต้น ซึ่ง Google เองก็พยายามเดินเกมนี้

เดิมที Google แข็งแกร่งมากอยู่แล้วในฝั่งมือถือผ่าน Android ซึ่งครองส่วนแบ่งระบบปฏิบัติการมือถือทั่วโลกประมาณ 67.35% ในเดือนเมษายน 2026 ขณะที่ iOS อยู่ที่ประมาณ 32.55% การมาของ Googlebook จึงน่าสนใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ Chromebook เวอร์ชันใหม่ แต่เป็นความพยายามในการสร้างโน้ตบุ๊กที่ผูกเข้ากับ Android, Google Play, Chrome และ Gemini อย่างแน่นขึ้น โดย Googlebook จะถูกสร้างบนเทคโนโลยีของ Android ใช้ Chrome เป็นเบราเซอร์ รันแอป Android ได้ และสามารถเข้าถึงไฟล์หรือใช้งานแอปจากมือถือ Android ได้โดยตรง

เมื่อผู้ใช้มี Android จำนวนมากอยู่แล้ว การมี Googlebook ที่ดึงแอป ไฟล์ การแจ้งเตือน และ AI จากมือถือมาใช้บนโน้ตบุ๊กได้ทันที จะทำให้ Android กลายเป็น ecosystem ที่เหนียวขึ้นมาก สื่อต่างประเทศมองว่า Googlebook ถูกวางให้เป็นโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ Android เพราะสามารถเปิดแอปจากสมาร์ตโฟรบนโน้ตบุ๊ก ทำงานต่อจากสมาร์ตโฟน และค้นหาไฟล์จากสมาร์ตโฟนผ่านแอป Files บน Googlebook ได้

ถือว่าเป็นการเดินเกมครั้งสำคัญของ Google เพราะที่ผ่านมา Android ไม่เคยมีอุปกรณ์ที่เป็นโน้ตบุ๊กแบบ iPhone มี Mac แม้ว่าจะมี Chromebook แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ราคาประหยัด แต่ Googlebook อาจทำให้ Google มีแล็ปท็อปที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบนิเวศได้จริง

แล้ว Microsoft ล่ะ?

Microsoft ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ และไม่ได้อ่อนแอในภาพรวม ตรงกันข้าม ปีงบประมาณ 2025 Microsoft มีรายได้ 281.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% และ Azure มีรายได้ทะลุ 75,000 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 34% แต่ในแง่ของ consumer ecosystem หรือระบบนิเวศของผู้ใช้ทั่วไป Microsoft มีจุดอ่อนใหญ่กว่าคู่แข่ง นั่นคือ ไม่มีระบบปฏิบัติการมือถือของตัวเองแล้ว

หากใครไม่ทัน Microsoft เคยมี Windows Phone และ Windows 10 Mobile แต่ Microsoft ระบุอย่างเป็นทางการว่า Windows 10 Mobile version 1709 นับเป็นเวอร์ชันสุดท้าย และสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 10 ธันวาคม 2019 นั่นหมายความว่า ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นศูนย์กลางชีวิตดิจิทัล Microsoft ไม่มีระบบปฏิบัติการและสมาร์ตโฟนของตัวเองให้เชื่อมกับ Windows แบบที่ Apple มี iPhone + Mac หรือ Google มี Android + Googlebook

Microsoft จะเหนื่อยในตลาดผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม Microsoft ยังมีข้อได้เปรียบใหญ่มากในตลาดองค์กร ไม่ว่าจะเป็น Windows ในที่ทำงาน, Microsoft 365, Teams, Azure, GitHub และ Copilot สำหรับธุรกิจ ซึ่งเป็นตลาดที่ Microsoft ยังแข็งแรงมาก เพราะองค์กรจำนวนมากทำงานอยู่บนโลกของ Word, Excel, PowerPoint, Outlook และระบบคลาวด์ของ Microsoft อยู่แล้ว

แต่ถ้าพูดถึงโลก consumer หรือผู้ใช้งานทั่วไป เกมเริ่มเปลี่ยนไป Apple มี ecosystem ที่ปิดและเหนียว Google มี Android ขนาดมหาศาล และกำลังเติมแล็ปท็อปเข้ามา Microsoft มี Windows ที่ใหญ่ แต่ไม่มีมือถือเป็นฐาน ดังนั้น Microsoft อาจไม่ได้แพ้ทันที แต่จะเหนื่อยกว่าเพราะต้องพยายามสร้างประสบการณ์การใช้งานข้ามอุปกรณ์ผ่านแพลตฟอร์มของคนอื่น ทั้ง iOS และ Android ขณะที่ Apple และ Google สามารถควบคุมการใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้ลึกกว่าตั้งแต่ระบบปฏิบัติการจนถึงฮาร์ดแวร์

สรุปแล้ว การเปิดตัว Googlebook คือสัญญาณว่า Google ไม่ต้องการเป็นแค่เจ้าของ Android อีกต่อไป แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่สมาร์ตโฟนไปจนถึงโน้ตบุ๊กโดยมี Gemini เป็นผู้ช่วยแกนกลาง ซึ่งในแง่ของระบบนิเวศ Microsoft แตกต่างอย่างชัดเจน

  • Apple มี iPhone และ Mac
  • Google กำลังสร้าง Android และ Googlebook
  • Microsoft มีแต่ Windows โดยไม่มีสมาร์ตโฟนของตัวเอง

นี่คือเหตุผลที่ Microsoft อาจเป็นบริษัทฮาร์ดแวร์ที่เหนื่อยที่สุดในสงคราม ecosystem ยุค AI

ที่มา Statcounter, The Verge, Wired, Microsoft

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...