
ผลสำรวจชี้ Gen Z ขึ้นแท่นกลุ่มผู้ใช้ Search มากที่สุดในโลก พร้อมพลิกการใช้งานจาก “เครื่องมือหาข้อมูล” สู่ “ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่โต้ตอบได้ เข้าใจคำถามซับซ้อน และเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้

แม้จะมีกระแสข่าวว่าคนรุ่นใหม่เริ่มหันหลังให้กับการค้นหาแบบเดิม แต่ทาง Google เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีการค้นหาบน Google มากกว่า 5 ล้านล้านครั้ง โดย Gen Z เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้
ข้อมูลล่าสุดพบว่า Gen Z (อายุ 18-24 ปี) คือ กลุ่มที่ล็อกอินเข้าสู่ระบบทั่วโลกมีการค้นหาในแต่ละวันมากกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ พวกเขาไม่ได้แค่ใช้การค้นหา แต่กำลัง “นิยามใหม่” ให้กับการใช้งาน โดยเน้นการค้นหาที่ลึกขึ้น นานขึ้น ใช้ภาพและเสียงมากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อนๆ

เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่เติบโตมาในยุค AI พวกเขายังใช้ฟีเจอร์ AI อย่าง AI Mode และ Search Live ช่วยให้การค้นหาและนำข้อมูลไปใช้รวดเร็วขึ้น เป็นธรรมชาติมากขึ้น และตอบโจทย์ความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ Gemini 3.1โมเดล AI ที่ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ของ Google ซึ่งถูกออกแบบมาให้เข้าใจโลกผ่านทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือแม้แต่โค้ด ทำให้การค้นหาไม่ใช่แค่การพิมพ์คีย์เวิร์ดสั้นๆ แต่กลายเป็นการ “สนทนา” โต้ตอบที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล และเข้าใจบริบทและเจตนาที่ของผู้คนได้จนกลายเป็น “เพื่อนคู่คิดดิจิทัล”
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือการตั้งคำถามที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การหาคาเฟ่ที่เหมาะกับการอ่านหนังสือ มีปลั๊กไฟ และเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ซึ่ง AI สามารถประมวลผลและให้คำตอบที่ครบถ้วนในที่เดียว แทนที่ผู้ใช้จะต้องไล่คลิกทีละลิงก์เหมือนที่ผ่านมา

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นกลุ่ม “AI Native” ที่อายุน้อยและใช้งานหนาแน่นที่สุด โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:
Gen Z ให้ความสำคัญกับ ความจริงใจ (Authenticity) และ การช่างเลือก (Discerning) พวกเขาไม่เชื่อถือคำโฆษณาของแบรนด์ง่ายๆ แต่จะใช้การค้นหาเป็น “ตัวกรอง” (Vetting layer) เพื่อตรวจสอบว่าความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา เปรียบเทียบราคาเพื่อดูว่าสินค้านั้นคุ้มค่าจิงหรือไม่ แบรนด์นั้นทำจริงตามที่พูดหรือไม่ เพราะมองว่า Search ให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ

Search ยังสะท้อนตัวตนและวัฒนธรรมของ Gen Z ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เกมตอบคำถามเกี่ยวกับศิลปินดังอย่าง Taylor Swift, BTS ไปจนถึง BINI ที่สร้างกระแสบนเวที Coachella รวมถึงไวรัลน่ารักอย่าง “Punch the Monkey” ที่ช่วยเติมสีสันให้การค้นหาไม่ใช่แค่ฉลาด แต่ยังสนุกและมีชีวิตชีวา
ขณะเดียวกัน Search ยังทำหน้าที่เป็นหน้าต่างสะท้อนกระแสแบบเรียลไทม์ผ่าน Google Trends ที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดตามประเด็นร้อน เข้าใจอินไซต์ และมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นได้ทันที
โซเชียลมีเดียอาจเป็นที่ที่ Gen Z ค้นพบเทรนด์ใหม่ๆ แต่ Search คือที่ที่พวกเขาใช้ในการค้นหาข้อมูลแบบเจาะลึกและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นได้ เช่น ในไทยที่เกิดเทรนด์ถ่ายรูป “ดอกบัว” ที่เป็นไวรัล โดยเริ่มจากความชื่นชอบในแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของ Gen Z จนนำไปสู่การค้นหาข้อมูลดอกบัวและแหล่งขายเพิ่มขึ้น 100% ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจต่อธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่น

Sapna Chadha, Vice President, Google Southeast Asia and South Asia Frontier กล่าวว่า “AI คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับ Search ตอนนี้ Search ทำได้มากกว่าแค่การให้ข้อมูล AI ทำให้ Search ฉลาดขึ้นจนสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ในหลากหลายรูปแบบ และสามารถตอบคำถามที่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนได้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีประชากรวัยรุ่นที่คุ้นเคยกับ AI มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ สำหรับคนรุ่นนี้ Search ได้กลายเป็นเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างในทุกเรื่อง พวกเขาค้นหาข้อมูลแบบเจาะลึกขึ้น และใช้ภาพและเสียงในการค้นหามากกว่าคนรุ่นก่อนๆ พวกเขามักใช้ Search ในการหาข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การสำรวจแพชชั่นหรือความหลงใหลส่วนตัว หรือการตัดสินใจซื้อครั้งสำคัญ”





