
OpenAI เดินหน้าเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับค้นหา เปิดใช้งาน และสั่งงานแอปต่างๆ โดยตรง พร้อมเปิดตัว Dots เอเจนต์ AI ที่มีคอมพิวเตอร์บนคลาวด์ของตัวเองและเชื่อมต่อแอปได้กว่า 4,000 รายการ ท้าชน App Store แบบเดิม
เดิมทีหากต้องการใช้บริการหรือซอฟต์แวร์ ผู้ใช้ต้องเข้า App Store หรือ Google Play เพื่อดาวน์โหลดแอป จากนั้นจึงเปิดแอปและล็อกอินเพื่อเริ่มใช้งาน แต่ OpenAI กำลังผลักดันแนวคิดใหม่ที่ให้ ChatGPT เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
ในการประกาศล่าสุด บริษัทกำลังขยายระบบแอปภายใน ChatGPT ให้ผู้พัฒนาสามารถสร้าง Interactive Panels และอินเทอร์เฟซที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับบริการต่างๆ ได้โดยตรงระหว่างการสนทนา ทำให้ไม่จำเป็นต้องสลับไปมาระหว่าง ChatGPT กับเว็บไซต์หรือแอปอื่น
แนวคิดหลักคือ ChatGPT สามารถแนะนำแอปที่เหมาะกับงานระหว่างการสนทนา หากระบบพบว่าบริการดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสำเร็จได้ จากนั้นผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อและใช้งานแอปนั้นผ่าน ChatGPT ได้เลย เช่น งานด้านการออกแบบสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออย่าง Figma หรือ Adobe

ส่วนงานประชุมสามารถให้ AI ช่วยจัดการข้อมูลและงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยแนวทางนี้ทำให้แอปกลายเป็นเครื่องมือเบื้องหลังที่ถูกเรียกใช้ตามความต้องการ มากกว่าการที่ผู้ใช้ต้องเป็นฝ่ายออกไปค้นหาแอปเอง
OpenAI ยังเดินหน้าขยายระบบแอปและปลั๊กอิน รวมถึงปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบแอปสำหรับนักพัฒนา เพื่อให้สามารถติดตามสถานะการรีวิว แก้ไขปัญหา และอัปเดตเครื่องมือได้ง่ายขึ้น
อีกองค์ประกอบสำคัญคือ Sign in with ChatGPT ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ใช้บัญชี ChatGPT เพื่อสมัครหรือเข้าสู่ระบบบริการที่รองรับได้ โดย OpenAI ระบุว่าข้อมูลที่ส่งให้แอปภายนอกสำหรับการยืนยันตัวตนจะจำกัดอยู่ในข้อมูลที่จำเป็น เช่น ชื่อ อีเมล และรูปโปรไฟล์ ขณะที่การอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลหรือดำเนินการเพิ่มเติมจะต้องผ่านการอนุมัติแยกต่างหาก
สำหรับนักพัฒนา นี่ยังหมายถึงการลดขั้นตอนระหว่างผู้ใช้กับแอป และเปิดช่องทางใหม่ในการนำบริการเข้าถึงผู้ใช้ผ่าน ChatGPT โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งการค้นหาใน App Store เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ทำให้แนวคิดนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ Dots เอเจนต์ AI แบบทำงานต่อเนื่องที่ OpenAI เปิดตัวใน DevDay โดย Dots สามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์และเบราว์เซอร์บนคลาวด์ของตัวเอง พร้อมเชื่อมต่อกับแอปต่างๆ ได้มากกว่า 4,000 รายการ แทนที่ผู้ใช้จะต้องคิดว่างานนี้ต้องใช้แอปไหน แล้วไปดาวน์โหลดแอปด้วยตัวเอง

แนวคิดของ OpenAI คือผู้ใช้เพียงบอกว่า “ต้องการให้งานนี้เสร็จ” จากนั้น AI Agent จะเลือกเครื่องมือและจัดการขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็นให้ นอกจากนั้น Dots ยังสามารถทำงานเบื้องหลังและช่วยติดตามงานอย่างต่อเนื่องได้ โดย OpenAI วางระบบควบคุมและการอนุมัติจากผู้ใช้ไว้สำหรับการดำเนินการที่ต้องได้รับอนุญาต
OpenAI ยังไม่ได้บอกว่าจะเข้ามาแทนที่ App Store รวมถึงยังไม่ประกาศแผนเกี่ยวกับระบบการเรียกเก็บเงินหรือการแบ่งปันรายได้ในรูปแบบเดียวกับ App Store แต่สิ่งที่เห็นชัดในตอนนี้คือ OpenAI กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีกชั้นหนึ่งขึ้นมา ทั้ง การค้นหาแอป การกระจายแอป อินเทอร์เฟซ การยืนยันตัวตน และการเชื่อมต่อบริการ โดยให้ ChatGPT เป็นศูนย์กลางของประสบการณ์เหล่านี้
ที่มา techcrunch






