
Meta เดินหน้าผลักดัน AI เข้าสู่ทุกมิติของ Facebook ด้วยการเปิดตัว AI Mode เพื่อยกระดับการค้นหาข้อมูล การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม
“AI Mode” คือ รูปแบบการค้นหาใหม่บน Facebook ที่ขับเคลื่อนด้วย Meta AI เปลี่ยนจากการแสดงผลลัพธ์แบบเดิมมาเป็นการสรุปคำตอบจากโพสต์สาธารณะทั่วแพลตฟอร์ม ทั้งโพสต์ในกลุ่ม Facebook หรือวิดีโอ Reels ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำถามด้วยภาษาธรรมชาติและรับคำตอบที่สังเคราะห์จากบทสนทนาและความคิดเห็นของผู้คนได้ทันที

ฟีเจอร์นี้ต่อยอดจาก Forum แอปแนวชุมชนออนไลน์คล้าย Reddit ที่ Meta เปิดตัวอย่างเงียบ ๆ เมื่อเดือนก่อน ซึ่งมีแท็บ “Ask” ที่ให้ AI ช่วยตอบคำถามโดยอ้างอิงจากการสนทนาภายในกลุ่ม Facebook แบบเดียวกัน
แต่แนวทางการใช้ AI สรุปข้อมูลจากเนื้อหาที่สร้างโดยผู้ใช้งานก็ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูล เนื่องจากคำตอบเหล่านี้ไม่ได้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบโดยตรง แต่รวบรวมมาจากความคิดเห็นและการสนทนาของผู้ใช้ทั่วไป จึงมีความเสี่ยงที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน ล้าสมัย หรือสร้างความเข้าใจผิดจะถูกนำเสนอออกมาได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยเกิดขึ้นกับระบบ AI Search ของแพลตฟอร์มอื่นมาแล้ว
นอกจากการค้นหา Meta ยังเพิ่มความสามารถด้านการสร้างคอนเทนต์ผ่าน AI ให้กับ Facebook มากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถทดลองใช้เครื่องมือตัดต่อภาพและวิดีโอรูปแบบใหม่ เช่น การสร้างเอฟเฟกต์เปลี่ยนฉาก การจัดวางภาพแบบคอลลาจ รวมถึงพรีเซ็ต AI ที่ช่วยเปลี่ยนรูปลักษณ์ของบุคคลในภาพ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ทรงผม หรือเครื่องประดับต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
เช่น แฟนกีฬาสามารถสวมเสื้อทีมโปรดในโลกเสมือนผ่านฟีเจอร์ AI ได้ทันที เพียงเลือกเมนู “AI Edit” ใน Stories หรือปรับแต่งรูปโปรไฟล์ผ่านเครื่องมือ “AI Wardrobe” ที่ Meta เพิ่มเข้ามา

ฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายบทบาท AI บน Facebook อย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ Meta ได้เปิดตัวรูปโปรไฟล์แบบเคลื่อนไหวที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพนิ่ง รวมถึงระบบ AI ใน Marketplace ที่สามารถตอบข้อความจากผู้ซื้อแทนผู้ขายได้โดยอัตโนมัติ
ล่าสุด Meta ยังเปิดตัวผู้ช่วย AI สำหรับครีเอเตอร์ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลผู้ติดตาม แนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมในการโพสต์ และสรุปความคิดเห็นจากผู้ชม เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์บริหารจัดการเนื้อหาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ระยะยาวของ Meta ที่ต้องการเปลี่ยน Facebook ให้เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น ทั้งในด้านการค้นหา การสร้างคอนเทนต์ และการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้
ขณะเดียวกันยังเป็นการปูทางสู่โมเดลรายได้ใหม่ หลังจากบริษัทเริ่มเปิดให้สมัครสมาชิกแบบพรีเมียมสำหรับ Facebook, Instagram และ WhatsApp ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยที่เพิ่งเปิดตัว Facebook Plus ที่มีค่าบริการเดือนละ 35 บาท และมีรายงานว่า Meta อาจเปิดตัวแพ็กเกจบริการ AI แบบเสียเงินเพิ่มเติมในอนาคต
ที่มา techcrunch





