AI เบิกจ่ายทำค่ารักษาพุ่ง บริษัทประกันชี้ค่าใช้จ่ายเพิ่ม 942 ล้านเหรียญ

THE SUMMARY:

แม้ AI เข้ามาช่วยลดภาระงานในโรงพยาบาล แต่บริษัทประกันในสหรัฐฯ พบว่า การนำ AI มาใช้ช่วยจัดทำเอกสารและลงรหัสเพื่อเบิกจ่ายค่ารักษา อาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายร้อยล้านเหรียญ

ข้อมูลจากการวิเคราะห์ของสมาคม Blue Cross Blue Shield Association (BCBSA) ระบุว่า การใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการยื่นเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นประมาณ 942 ล้านเหรียญ (31,580 ล้านบาท) ภายในระยะเวลา 2 ปี

BCBSA ระบุว่า หลังมีการนำ AI มาใช้ พบการบันทึกในเวชระเบียนเพิ่มขึ้นอย่างมากว่าผู้ป่วยมีภาวะเจ็บป่วยที่ซับซ้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเบิกจ่ายค่ารักษา แต่สมาคมพบว่า การลงรหัสโรคไม่สอดคล้องกับการรักษาที่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่ากระบวนการรักษาเปลี่ยนแปลงไปในระดับเดียวกัน

CT Scan

ประเด็นนี้สะท้อนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอยู่แล้วระหว่างโรงพยาบาลกับบริษัทประกันเกี่ยวกับการรักษาและการชำระเงิน แต่การเข้ามาของ AI อาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายสามารถนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการของตัวเองได้

ดร. Shiv Rao ผู้ก่อตั้ง Abridge บริษัทที่พัฒนา AI สำหรับงานด้านสุขภาพ ยอมรับว่า หากปล่อยให้ AI ถูกนำมาใช้แข่งขันกันโดยไม่มีการกำกับดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่เขาเรียกว่า “บอตต่อสู้กับบอต และเอเจนต์ต่อสู้กับเอเจนต์” ซึ่งเป็นอนาคตที่ไม่มีใครต้องการเห็น

ทาง Rao มองว่า AI ไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความขัดแย้งเสมอไป หากนำมาใช้ให้เหมาะสม เทคโนโลยีนี้ก็มีโอกาสช่วยลดภาระงาน ลดความซ้ำซ้อน และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขได้เช่นกัน

ขณะที่ Luke Chalker รองประธานอาวุโสของ BCBSA ไม่เห็นด้วยกับการเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “สงคราม” แต่ให้มุมมองที่รุนแรงกว่านั้น โดยเปรียบว่า บริษัทประกันกำลังถูกถล่มอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งสะท้อนว่าการนำ AI เข้ามาในระบบเบิกจ่ายค่ารักษา กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทั้งโรงพยาบาลและบริษัทประกันต้องหาทางรับมือร่วมกัน

ที่มา techcrunch

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...