
Apple ประกาศยุคใหม่ของ Apple Intelligence เปิดตัว Siri AI เวอร์ชันใหม่ที่ยกเครื่องครั้งใหญ่ ผสานเข้ากับทุกระบบปฏิบัติการ ลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดขึ้น เข้าใจบริบทการสนทนาได้ดีขึ้น และปรับการทำงานให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น
Siri AI มาพร้อมแอปแยกของตัวเอง รวมถึงความสามารถด้านการเขียนและระบบวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะที่ทำงานได้บนทุกแพลตฟอร์มของ Apple ผู้ใช้สามารถให้ Siri ค้นหาข้อมูลจากข้อความ อีเมล รูปภาพ และข้อมูลส่วนตัวภายในอุปกรณ์ รวมถึงตอบคำถามทั่วไปและสั่งงานข้ามแอปต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าวว่า “AI ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงต้องมีศูนย์กลางอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้ อิงตามบริบทส่วนบุคคล และสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวในทุกขั้นตอน”
บอกลา Siri รูปแบบเดิมๆ เพราะ Siri AI เวอร์ชันใหม่นี้จะเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ฉลาดและมีความเฉพาะตัวอย่างน่าทึ่ง สามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติได้ดีขึ้น คุยโต้ตอบได้ต่อเนื่อง และพร้อมช่วยเหลือคุณค้นหาข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ทั้งในข้อความ อีเมล หรือรูปภาพ พร้อมสั่งการทำงานข้ามแอปได้อย่างไร้รอยต่อ


Image Playground ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ สามารถสร้างภาพคุณภาพสูงได้หลากหลายสไตล์ รวมถึงภาพถ่ายสมจริง ด้วยโมเดล AI ใหม่ที่ทำงานผ่าน Private Cloud Compute พร้อมฝังลายน้ำ SynthID อัตโนมัติเพื่อระบุว่าเป็นภาพที่สร้างโดย AI
ผู้ใช้ยังสามารถแก้ไขภาพได้ง่ายขึ้น เพียงพิมพ์คำสั่งหรือแตะ ไฮไลต์ และปรับตำแหน่งหรือขนาดของวัตถุในภาพได้โดยตรง รวมถึงนำภาพที่สร้างไปใช้เป็นวอลเปเปอร์หน้าจอล็อก โปสเตอร์รายชื่อ และเลือกอัตราส่วนภาพให้เหมาะกับงานแต่ละประเภทได้อีกด้วย
Apple Intelligence เพิ่มความสามารถใหม่ในการช่วยจัดการการสื่อสารและงานประจำวันให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในแอป Messages ระบบจะวิเคราะห์บริบทการสนทนาและแนะนำการดำเนินการที่เกี่ยวข้องได้ทันที เช่น สร้างรายการเตือนความจำ บันทึกโน้ต หรือค้นหารูปภาพที่เหมาะกับบทสนทนาจากคีย์เวิร์ด สถานที่ และบุคคลในคลังภาพ ขณะที่ Smart Reply ใน Messages และ Mail ก็สามารถปรับสไตล์การตอบให้ใกล้เคียงกับรูปแบบการเขียนของผู้ใช้ได้มากขึ้น

สำหรับการโทร Apple เปิดตัวฟีเจอร์ Call Context ที่ช่วยดึงข้อมูลสำคัญมาแสดงอัตโนมัติระหว่างการติดต่อธุรกิจ เช่น หมายเลขการจองหรือรหัสยืนยัน โดยประมวลผลจากข้อมูลบนอุปกรณ์ของผู้ใช้เท่านั้น เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว
นอกจากนี้ Apple Intelligence ยังช่วยให้การสร้างหรือแก้ไขนัดหมายใน Calendar เป็นเรื่องง่าย เพียงพิมพ์รายละเอียดกิจกรรม ระบบจะระบุรายชื่อผู้ติดต่อ สถานที่ และสร้างชื่อนัดหมายให้โดยอัตโนมัติ
Apple ยังยกระดับแอป Shortcuts ด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Describe a Shortcut ที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างระบบอัตโนมัติได้ง่าย ๆ เพียงอธิบายสิ่งที่ต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ จากนั้น Apple Intelligence จะสร้างขั้นตอนการทำงานที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ และยังสามารถปรับแก้หรือเพิ่มความสามารถเพิ่มเติมได้ด้วยการพิมพ์คำสั่งต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น การตั้งเวลาปลุกอัตโนมัติตามนัดหมายแรกของวันถัดไป การเปิดชุดแอปทำงานพร้อมจัดวางหน้าต่างเมื่อเชื่อมต่อ iPad กับ Magic Keyboard หรือสั่งเปิดไฟหน้าบ้านอัตโนมัติเมื่อได้รับแจ้งว่าอาหารที่สั่งกำลังจะมาถึง ช่วยให้การสร้าง Workflow ที่ซับซ้อนเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น
Apple Intelligence ถูกนำมาใช้ในแอป Home เพื่อช่วยให้การติดตามเหตุการณ์ภายในบ้านเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบสามารถวิเคราะห์การแจ้งเตือนที่เกี่ยวข้องกันว่าเป็นเหตุการณ์เดียวกัน และรวมการแจ้งเตือนหลายรายการให้เหลือเพียงการแจ้งเตือนเดียวที่อัปเดตข้อมูลตามสถานการณ์จริง ช่วยลดความรบกวนจากการแจ้งเตือนซ้ำซ้อน

นอกจากนี้ HomeKit Secure Video ยังได้รับความสามารถใหม่ในการสรุปเหตุการณ์จากคลิปวิดีโอด้วย AI ผู้ใช้สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากคำอธิบายที่ระบบสร้างขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูทุกคลิปเอง พร้อมเพิ่มระบบค้นหาอัจฉริยะที่ช่วยค้นหาเหตุการณ์สำคัญ เช่น การส่งพัสดุ หรือบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงไฮไลต์คลิปสำคัญที่ผู้ใช้อาจต้องการตรวจสอบขึ้นมาแสดงให้เห็นก่อน
เพื่อคลายความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล Apple ได้สถาปนาสถาปัตยกรรมความปลอดภัยขั้นสูง โดยข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกประมวลผลบนตัวเครื่อง (On-device) ส่วนคำขอที่ซับซ้อนจะถูกส่งไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์พิเศษ (Private Cloud Compute) ที่การันตีว่าจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ แม้กระทั่ง Apple เองก็ตาม
ฟีเจอร์ทั้งหมดของ Apple Intelligence รวมถึงเครื่องมือช่วยเขียน (Writing Tools) และการพิสูจน์อักษรอัตโนมัติ ได้เปิดให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เริ่มทดสอบแล้ววันนี้ และมีกำหนดการจะเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้อัปเดตและใช้งานจริงภายในปีนี้
ที่มา apple






