
หนึ่งในคำถามที่แฟน Apple ทั่วโลกสงสัยมาตลอดในปีที่ผ่านมา คือทำไม Siri เวอร์ชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI จึงใช้เวลาพัฒนานานกว่าที่บริษัทตั้งเป้าเอาไว้
หลังจากที่ Apple เปิดตัวความสามารถใหม่ด้าน AI ภายใต้แนวคิด Apple Intelligence ในงาน WWDC 2024 หลายคนก็ตั้งตารอการมาถึงของ Siri ยุคใหม่ ที่ถูกวางให้เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะซึ่งสามารถเข้าใจบริบทของผู้ใช้ได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ทำงานข้ามแอปได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีความสามารถใกล้เคียงกับ AI Assistant รุ่นใหม่ในตลาด
ล่าสุด Apple ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการพัฒนาที่ทำให้โครงการนี้ใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้ โดย Mike Rockwell ผู้บริหารที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลทีม Siri เมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มฟีเจอร์ AI เข้าไปใน Siri แต่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของบริษัทที่จะ “เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด”

ภายในงานเสวนาด้านเทคโนโลยีที่จัดขึ้นหลังงาน WWDC ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงของ Apple เข้าร่วมหลายคน รวมถึง Craig Federighi และ Amar Subramanya นั้น Rockwell ได้อธิบายว่าทีมงานเคยมี Siri เวอร์ชันแรกที่พัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างเดิม
เวอร์ชันนี้ได้เพิ่มความสามารถด้าน AI และระบบเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ เข้าไปแล้ว ในทางเทคนิคถือว่าทำงานได้จริงและมีความก้าวหน้ากว่า Siri ที่ผู้ใช้คุ้นเคยในปัจจุบัน แต่หลังจากทดลองใช้งานและประเมินผล ทีมงานกลับพบว่ายังไม่สามารถมอบประสบการณ์ตามที่ Apple ต้องการได้
Rockwell กล่าว “มันใช้งานได้ แต่เรารู้สึกว่ามันไม่สะท้อนวิสัยทัศน์ที่เราต้องการสร้าง”
นั่นทำให้ Apple ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการปรับปรุงระบบเดิมต่อหรือเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ด้วยการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด สุดท้ายบริษัทเลือกทางเลือกที่สอง Apple ได้ตัดสินใจ “รื้อโครงสร้างเดิมทั้งหมด” ของ Siri และสร้างระบบใหม่ขึ้นมาจากพื้นฐานที่ทันสมัยกว่าเดิม การตัดสินใจนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟีเจอร์ Siri AI ถูกเลื่อนออกไปจากแผนเดิม
หนึ่งในจุดสำคัญที่ Rockwell เน้นย้ำคือ Siri รุ่นใหม่นั้นไม่ได้เป็นระบบเก่าที่นำ AI มาเสริมภายหลัง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกสร้างขึ้นโดยมี AI เป็นแกนกลางตั้งแต่วันแรก ด้วยความสามารถแบบ “Multimodal” หรือสามารถเข้าใจข้อมูลได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ เสียง ภาพ หรือบริบทการใช้งานจากอุปกรณ์ต่างๆ
นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบให้รองรับการประมวลผลที่ซับซ้อนมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแอป และเข้าใจสิ่งที่ผู้ใช้กำลังทำอยู่บนหน้าจอได้ดีขึ้น ความสามารถเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของ Apple Intelligence ซึ่ง Apple ต้องการให้ Siri กลายเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ AI บนอุปกรณ์ทุกประเภท
แม้จะก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มตัว แต่ Apple ยังคงยึดหลักเรื่อง Privacy เป็นจุดขายสำคัญ Rockwell ระบุว่าความเป็นส่วนตัวถูกนำมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบ ไม่ใช่การนำมาเพิ่มภายหลัง แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของ Apple Intelligence ที่เน้นการประมวลผลบนอุปกรณ์ (On-device AI) และการใช้ Private Cloud Compute สำหรับงานที่ต้องอาศัยพลังประมวลผลเพิ่มเติม โดยยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลผู้ใช้
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือการทำให้ Siri ใหม่สามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกันบนทุกแพลตฟอร์มของ Apple ทาง Rockwell เปิดเผยว่า Siri รุ่นใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทำงานบน iPhone, iPad, Mac, Apple Watch, Vision Pro, CarPlay รวมถึง AirPods โดยผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกันไม่ว่าจะใช้งานผ่านอุปกรณ์ใด
แตกต่างจากอดีตที่ความสามารถของ Siri ในแต่ละแพลตฟอร์มอาจมีข้อจำกัดหรือทำงานแตกต่างกันไป ทั้งหมดนี้ Apple ต้องการให้ Siri กลายเป็นผู้ช่วย AI คนเดียวกันที่ติดตามผู้ใช้ไปทุกอุปกรณ์ และสามารถเข้าใจบริบทการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา 9to5mac





