
Microsoft เผยประชากรวัยทำงานทั่วโลกกว่า 17.8% เริ่มใช้ Generative AI แต่ช่องว่างด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนากลับยิ่งขยายตัวมากขึ้น
ในไตรมาสแรกของปี 2026 กลุ่มประชากรอายุ 15-64 ปีในประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้งาน AI สูงถึง 27.5% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอยู่ที่ 15.4% โดยช่องว่างดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2025
รายงานระบุว่า ปัจจัยสำคัญมาจากความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไฟฟ้า และทักษะดิจิทัลพื้นฐาน รวมถึงข้อจำกัดด้านภาษา เนื่องจากโมเดล AI ชั้นนำส่วนใหญ่ถูกพัฒนาในสหรัฐฯ และทำงานกับภาษาอังกฤษได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
ด้วยความก้าวหน้าด้านการประมวลผลภาษาท้องถิ่นเริ่มช่วยให้หลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย หันมาใช้งาน AI มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านประเทศที่ใช้งาน AI อันดับสูงสุด พบว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 70.1% ตามด้วยสิงคโปร์ นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ส่วนสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นฐานของ AI รายใหญ่อย่าง OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT, Anthropic ผู้พัฒนา Claude และ Google ผู้พัฒนา Gemini กลับอยู่อันดับ 21 ด้วยอัตราการใช้งาน 31.3% ส่วนจีน ซึ่งกำลังแข่งขันกับสหรัฐฯ ในสงคราม AI มีอัตราการใช้งานอยู่ที่ 16.4%
ทาง Microsoft มองว่า AI อาจช่วยเพิ่มความต้องการตำแหน่งงานด้านนักพัฒนาซอฟต์แวร์ จากเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอัตโนมัติ แต่ก็ยอมรับว่ายังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่แท้จริงต่อแรงงานในระยะยาว
รายงานยังเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสปลดพนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยข้อมูลจาก Layoffs.fyi ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 มีพนักงานสายเทคโนโลยีถูกเลิกจ้างแล้วเกือบ 99,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐฯ ขณะที่ Microsoft เองก็เพิ่งเปิดโครงการสมัครใจลาออกให้พนักงานเกือบ 9,000 คนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ที่มา japantoday





