งานวิจัยพบ การพึ่งพาเครื่องมือ AI ลดความพยายามและสกิลการคิดแก้ปัญหาของมนุษย์ลง

THE SUMMARY:

ปัจจุบันเครื่องมือ AI ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะแชตบอตที่ตอบคำถามเราอย่างรวดเร็ว ง่ายยิ่งกว่าการใช้ Search Engine แบบดั้งเดิม แต่งานวิจัยล่าสุดพบว่าการใช้งานเครื่องมือ AI เหล่านี้กลับลดความพยายามในการแก้ไขปัญหาของมนุษย์ลงด้วย

งานวิจัยชื่อว่า AI Assistance Reduces Persistence and Hurts Independent Performance โดยทีมนักวิจัยจากสถาบันชั้นนำ ได้แก่ Grace Liu (Carnegie Mellon University), Brian Christian และ Tsvetomira Dumbalska (University of Oxford), Michiel A. Bakker (MIT) และ Rachit Dubey (UCLA) ซึ่งคำถามสำคัญของการทำงานวิจัยนี้คือการหาผลกระทบจากการช่วยเหลือของ AI ที่ไม่มีการปฏิเสธคำสั่งอะไรเลย

ทีมวิจัยได้แบ่งกลุ่มวิจัยออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่ม จำนวน 1,222 คน โดยมีกลุ่มทดลองคือกลุ่มที่ใช้ AI ช่วยแก้ปัญหา โดยจะได้ใช้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 10 นาทีเท่านั้นและกลุ่มควบคุมหรือกลุ่มที่ไม่ใช้ AI เลย โดยกระบวนการทดสอบนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาโจทย์เศษส่วนทางคณิตศาสตร์และการอ่านจับใจความ

งานวิจัยนี้เปรียบเทียบกลุ่มทดลองภายใต้เงื่อนไขแบบที่มีและไม่มีเครื่องมือ AI ในงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์ที่สูง ตัวชี้วัดประกอบด้วยความแม่นยำในงาน เวลาที่ใช้ในการแก้ปัญหา และมาตรวัดความพยายามที่แสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมยังคงพยายามต่อไปหรือล้มเลิกหลังจากพบกับความยากของโจทย์ ผลการทดสอบพบว่า ผู้ที่ใช้เครื่องมือ AI ช่วย ทำได้ดีกว่าในระหว่างที่มี AI ให้ใช้ แต่เมื่อถึงเวลาแก้โจทย์โดยปราศจาก AI กลุ่มทดลองนี้กลับมีความแม่นยำและมีความพยายามน้อยลง

สรุปผล

  • ผลดีระยะสั้น: ในช่วงที่ผู้เข้าร่วมมี AI คอยช่วยเหลือ ผู้เข้าทดสอบกลุ่มนี้สามารถทำคะแนนได้สูงขึ้นและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วตามคาด
  • ประสิทธิภาพการแก้โจทย์ด้วยตัวเองแย่ลง: ทันทีที่ AI ถูกห้ามใช้ กลุ่มที่เคยใช้ AI กลับทำผลงานได้แย่ลงอย่างหนัก และคะแนนตกลงไปต่ำกว่ากลุ่มควบคุมหรือกลุ่มที่ไม่ต้องใช้ AI เลยแต่แรก
  • ความพยายามลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: ข้อค้นพบที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้เข้าร่วมไม่ได้แค่ตอบผิดมากขึ้น แต่กลับเลิกพยายามที่จะทำ อัตราการกดยอมแพ้หรือข้ามโจทย์ สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อต้องหาทางแก้โจทย์ด้วยตัวเอง

ประสิทธิภาพในการแก้ไขโจทย์ของผู้เข้าร่วมทดสอบกลุ่มที่ใช้ AI ที่ลดลงเกิดขึ้นหลังจากใช้งาน AI ไปได้เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น และผลลัพธ์นี้ออกมาในทิศทางเดียวกันทั้งการทดสอบเชิงคณิตศาสตร์และการอ่าน

ในงานวิจัยระบุว่า ความมุ่งมั่นและอดทนเป็นรากฐานสำคัญในการได้ทักษะอย่างหนึ่งมา และเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดของการเรียนรู้ระยะยาว แต่พฤติกรรมการใช้งาน ​AI ได้สร้างเงื่อนไขและความคาดหวังในสมองของมนุษย์ว่า จะต้องได้คำตอบที่ต้องการในทันที ซึ่งทำให้มนุษย์ขาดความอดทนในการเรียนรู้ เมื่อต้องกลับมาพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้มนุษย์ถอดใจได้อย่างรวดเร็ว ผู้วิจัยเตือนว่า หากการใช้ AI เพียงแค่ 10 นาทียังสามารถสร้างความเสียหายต่อประสิทธิภาพการทำงานด้วยตัวเองได้ขนาดนี้ การใช้งาน AI อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิดได้

ที่มา Arxiv

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...