
มือถือ Android ราคาประหยัดอาจมีความเสี่ยงมากกว่าที่คิด หลังนักวิจัยด้านความปลอดภัยค้นพบช่องโหว่สำคัญในชิป Unisoc หลายรุ่น เปิดทางให้ผู้โจมตีส่งโค้ดอันตรายผ่านกระบวนการตั้งค่าการโทรวิดีโอ และยกระดับสิทธิ์เข้าถึงระบบจนถึงระดับ Root ได้
ช่องโหว่ดังกล่าวอยู่ในเฟิร์มแวร์ของโมเด็ม โดยผู้โจมตีสามารถใช้โค้ดที่ถูกส่งผ่านข้อความระหว่างการตั้งค่าการโทรวิดีโอ เพื่อเรียกใช้คำสั่งที่เป็นอันตรายบนตัวอุปกรณ์ หากโจมตีสำเร็จอาจนำไปสู่การเข้าถึงหน่วยความจำของเครื่องในระดับสูง และควบคุมทรัพยากรสำคัญของระบบได้
Unisoc เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของโลก และมักถูกนำไปใช้ในมือถือระดับเริ่มต้นและราคาประหยัดจากหลายแบรนด์ โดยช่องโหว่ที่ค้นพบส่งผลกระทบต่อชิปอย่างน้อย 4 รุ่น ได้แก่
นักวิจัยสามารถสาธิตการโจมตีบนสมาร์ทโฟนราคาประหยัด 3 รุ่น ได้แก่ Realme C33, Motorola E13 และ Xiaomi Redmi A5 ซึ่งใช้งานแพตช์ความปลอดภัยเวอร์ชันเก่า หากช่องโหว่ถูกใช้ประโยชน์สำเร็จ ผู้โจมตีสามารถปิดการป้องกันหน่วยความจำบางส่วน และเข้าถึงพื้นที่หน่วยความจำของอุปกรณ์ได้อย่างกว้างขวางในระดับสิทธิ์สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อข้อมูลและความปลอดภัยของระบบ
แม้ช่องโหว่จะฟังดูน่ากลัว แต่สถานการณ์จริงยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ เพราะการทดสอบของนักวิจัยเกิดขึ้นบน สมาร์ตโฟนที่ผ่านการ Root แล้ว และเชื่อมต่อกับเครือข่าย VoLTE แบบปิดที่ถูกจัดเตรียมขึ้นเพื่อการทดสอบโดยเฉพาะ ไม่ใช่เครือข่ายมือถือเชิงพาณิชย์ทั่วไป ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าแฮกเกอร์นำไปใช้จริง
สำหรับผู้ใช้ที่มีสมาร์ทโฟน Unisoc รุ่นดังกล่าว แนะนำให้ อัปเดตระบบและแพตช์ความปลอดภัยเป็นเวอร์ชันล่าสุด หากผู้ผลิตมีอัปเดตให้ติดตั้ง และหลีกเลี่ยงการ Root เครื่องหากไม่จำเป็น เพราะการปรับแต่งระบบอาจเพิ่มความเสี่ยงจากช่องโหว่ประเภทนี้
ขณะที่ข้อมูลล่าสุดระบุว่า แม้จะมีการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับช่องโหว่เฟิร์มแวร์โมเด็มแล้ว แต่ Unisoc ยังไม่ได้ประกาศกำหนดเวลาการปล่อยแพตช์แก้ไขอย่างชัดเจน
ที่มา ubergizmo






