ข้อมูลที่ผู้เล่น Pokémon Go สะสมกว่า 10 ปี เสี่ยงถูกนำไปฝึก โดรนทหาร

THE SUMMARY:

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อข้อมูลสถานที่บน Pokémon Go ถูกนำไปใช้สร้างแผนที่โลกแบบ 3 มิติ เพื่อฝึกโมเดล AI การมองเห็นของ Niantic Spatial ที่ร่วมมือ Vantor บริษัทด้านความมั่นคงที่พัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวกับโดรนและระบบทางทหาร

หลายปีที่ผ่านมาผู้เล่น Pokémon Go จำนวนมากไม่ได้เพียงแค่จับโปเกมอนเท่านั้น แต่ยั’งช่วยสแกนและบันทึกภาพสภาพแวดล้อมรอบตัวผ่านฟีเจอร์ Augmented Reality ของเกม แต่ตอนนี้ข้อมูลมหาศาลที่สะสมมาตลอดกว่า 10 ปีกำลังถูกนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เกี่ยวข้องกับโดรนและระบบทางทหาร

Pokemon Go

จากการจับโปเกมอน สู่การสร้างแผนที่โลกสำหรับ AI

หนังสือพิมพ์ Trouw ของเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า Niantic Spatial บริษัทที่แยกตัวออกมาจาก Niantic ผู้สร้าง Pokémon Go ได้ร่วมมือกับ Vantor บริษัทด้านข่าวกรองและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ เพื่อนำข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูล AR ที่ได้จากผู้ใช้งานมาช่วยพัฒนาโมเดล AI ด้านการมองเห็น (Vision AI)

ความร่วมมือดังกล่าวถูกประกาศตั้งแต่ปี 2025 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาระบบระบุตำแหน่งด้วยภาพ (Visual Positioning System) ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นระบบสำรองในกรณีที่สัญญาณ GPS ไม่สามารถใช้งานได้ เพื่อต่อยอดไปยังโดรน หุ่นยนต์อัตโนมัติ และอุปกรณ์ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่สัญญาณดาวเทียมถูกรบกวนหรือถูกปิดกั้น

ผู้เล่น Pokémon Go กำลังสร้าง “แผนที่โลก” โดยไม่รู้ตัว?

เบื้องหลังความสามารถนี้คือ ข้อมูลการสแกนสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่น Pokémon Go ส่งเข้ามาตลอดหลายปี Niantic ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างเป็นแผนที่ภาพสามมิติขนาดใหญ่ของโลกจริง ซึ่งช่วยให้ระบบ AI สามารถระบุตำแหน่งของตัวเองจากสิ่งที่กล้องมองเห็นได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสัญญาณ GPS เพียงอย่างเดียว

ยิ่งมีข้อมูลจากสถานที่ต่าง ๆ มากเท่าใด ระบบ AI ก็ยิ่งสามารถเรียนรู้และเข้าใจสภาพแวดล้อมได้แม่นยำมากขึ้น จากข้อมูลระบุว่า นับตั้งแต่เปิดตัวฟีเจอร์สแกน AR ในปี 2021 มีการสแกนสถานที่ต่าง ๆ ผ่านเกม Pokémon Go ไปแล้วเกือบ 30,000 ล้านครั้งทั่วโลก

สิ่งที่สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายไม่ใช่การพัฒนาเทคโนโลยี AI หรือระบบนำทางด้วยภาพ แต่คำถามสำคัญคือ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่รับรู้หรือไม่ว่าข้อมูลที่พวกเขาเก็บรวบรวมจะถูกนำไปใช้ในลักษณะนี้

รายงานของ Trouw ยกตัวอย่างผู้เล่นชาวดัตช์รายหนึ่งที่ดาวน์โหลด Pokémon Go ตั้งแต่ปี 2016 โดยยอมรับว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าการสแกนสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงภายในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในอนาคต

สำหรับผู้เล่นจำนวนมากมองว่าการสแกนพื้นที่เป็นเพียงกิจกรรมในเกมเพื่อรับไอเทม รางวัล หรือโบนัสพิเศษเท่านั้น แม้ในทางกฎหมาย Niantic จะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานผ่านเงื่อนไขการใช้งานและการอนุญาตให้เข้าถึงกล้อง แต่หลายคนตั้งคำถามว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่เข้าใจผลลัพธ์ระยะยาวของการแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้จริงหรือไม่

บริษัทปฏิเสธ แต่ข้อสงสัยยังคงอยู่

Vantor ระบุว่า ข้อมูลจากผู้เล่น Pokémon Go ไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลป้อนเข้าโดยตรงสำหรับระบบ AI ที่ติดตั้งบนโดรนทางทหาร แต่คำชี้แจงนี้ยังไม่สามารถคลายข้อสงสัยของนักวิจารณ์ได้ทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าความก้าวหน้าของระบบนำทางด้วยภาพในปัจจุบันอาจเกิดขึ้นได้ยาก หากไม่มีฐานข้อมูลภาพขนาดมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้ใช้งานเกมและแอปพลิเคชัน AR ทั่วโลก

กรณีของ Pokémon Go กำลังกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของยุคที่เส้นแบ่งระหว่างความบันเทิง เทคโนโลยี และข้อมูลขนาดใหญ่เริ่มเลือนรางลงเรื่อย ๆ คำถามสำคัญก็คือ ในวันที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของโลกดิจิทัล ผู้ใช้งานควรมีสิทธิรับรู้มากเพียงใดว่า ข้อมูลที่พวกเขาสร้างขึ้นจากการ “เล่นเกม” กำลังถูกนำไปใช้เพื่ออะไรบ้างในโลกแห่งความเป็นจริง

ที่มา bgr

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...