
ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดงานสัมมนาเทคโนโลยีประจำปี “AI Tour Bangkok” เพื่อนำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนผ่านองค์กรด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ Frontier Transformation โดยจัดแสดงเทคโนโลยีล่าสุดที่ต่อยอดมาจาก Microsoft Build 2026 งานประชุมนักพัฒนาประจำปี พร้อมเปิดเผยข้อมูลความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้งานจริงในกระบวนการทำงาน

ภายในงานมีการเปิดเผยข้อมูลจากรายงาน Global AI Diffusion และผลสำรวจ Work Trend Index 2026 ของไมโครซอฟท์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขทางสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเปิดรับเทคโนโลยีของประชากรวัยทำงานในประเทศไทย ดังนี้
นายราล์ฟ ฮอปเตอร์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและช่องทางจัดจำหน่าย ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน ให้ความเห็นว่า องค์กรในภูมิภาคอาเซียนกำลังเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้งาน ไปสู่การสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่วัดผลได้จริง โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการนำ AI มาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและสนับสนุนการตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรม

ไมโครซอฟท์ได้นำเสนอเครื่องมือและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และองค์กรธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมระบบงานหลัก 3 ส่วน ได้แก่
Microsoft Agent Platform แพลตฟอร์มการสร้างระบบเอเจนต์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Microsoft IQ ช่วยให้ระบบสามารถรับรู้บริบทขององค์กรได้อย่างปลอดภัย นักพัฒนาสามารถสร้างเอเจนต์บน GitHub นำไปประมวลผลบน Microsoft Foundry และเปิดใช้งานผ่านแพลตฟอร์มการสื่อสารอย่าง Microsoft Teams หรือแอปพลิเคชันในชุด Microsoft 365 ได้โดยตรง
ระบบนิเวศสำหรับการพัฒนาแบบเปิด การเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่นักพัฒนาในการเลือกใช้ชิปประมวลผล ระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มคลาวด์ และโมเดลที่ต้องการ โดยระบบปฏิบัติการ Windows ได้เพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลและสร้างแอปพลิเคชัน AI ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Local Deployment) ได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น
การประยุกต์ใช้ในงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ การขยายขีดความสามารถของระบบเอเจนต์คอมพิวเตอร์ให้ทำหน้าที่สนับสนุนงานวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย เพื่อช่วยคำนวณและประมวลผลโมเดลทางวิทยาศาสตร์ที่มีความซับซ้อนสูงผ่านเครื่องมือที่คุ้นเคย

สถาปัตยกรรม AI ของไมโครซอฟท์ถูกนำไปบูรณาการเข้ากับระบบปฏิบัติการของบริษัทชั้นนำในประเทศไทยในหลากมิติ เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยได้เปิดตัวโครงการ “AI Ready for SMEs” บูรณาการเครื่องมือ Microsoft 365 Copilot เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของ AIS ออกแบบมาในลักษณะแพ็กเกจบริการเพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงระบบ AI ได้ง่ายขึ้น พร้อมแผนการจัดโรดโชว์ฝึกอบรมทักษะทั่วประเทศเพื่อสร้างระบบนิเวศ SME พลัง AI

นอกเหนือจากการประยุกต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ ไมโครซอฟท์ยังได้รายงานความคืบหน้าด้านการยกระดับทักษะดิจิทัลและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย
| โครงการ / แผนงาน | รายละเอียดและผลการดำเนินงาน |
| ความร่วมมือกับ SCBX | ฝึกอบรมพนักงานในเครือไปแล้ว 15,171 คน ร่วมกับ Trainocate Thailand ครอบคลุมหลักสูตร AI พื้นฐานจนถึงขั้นประยุกต์ใช้งานจริง |
| Microsoft Elevate | ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ได้ฝึกอบรมทักษะ AI แก่คนไทยในภาคการศึกษาและแรงงานทั่วไปแล้วกว่า 780,000 คน และมอบประกาศนียบัตรรับรองแล้ว 350,000 ใบ |
| แผนงานปีงบประมาณ 2027 | เตรียมเปิดตัวโครงการ “Microsoft Elevate for Educators” และ “Microsoft Elevate for Changemakers” เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้สู่ระดับชุมชน |
| กรอบการลงทุนระดับภูมิภาค | สานต่อการลงทุนมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ระหว่างปี 2569-2571) ที่ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคม เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ และระบบความปลอดภัยในไทย |

นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ สรุปทิศทางว่า ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่า AI ได้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเทคโนโลยีทางเลือกมาเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจและขับเคลื่อนตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งไมโครซอฟท์จะยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในระบบเศรษฐกิจยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน





