เจาะลึกแล็บไบโอเทค 160 ล้าน เบื้องหลังไก่ไทยสู่อวกาศ อาหารไทยมาตรฐาน NASA

THE SUMMARY:

สุขภาพดีเริ่มต้นง่ายๆ จากของที่เรากินเข้าไป เคยสงสัยไหมว่าอาหารที่ทานเข้าไปนั้นมีมาตรฐานความปลอดภัยแค่ไหน วันนี้ CEEi.CO จะพาไปเจาะลึกแล็บไบโอเทคที่พิสูจน์ว่า นวัตกรรมอาหารไทยกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดไปไกลกว่าที่เราคิด

วันนี้ทีมงานได้มีโอกาสแวะมาที่ Biotechnoly Research and Innovation Center เพื่อพูดคุยกับ น.สพ.ดร.มนูศักดิ์วงศ์พัชรชัย ผู้อำนวยการวิจัยอาหารสัตว์ด้านชีวโมเลกุล บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัดเกี่ยวกับนวัตกรรมอาหารของไทยในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังโครงการไก่ไทยไปอวกาศ

ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP COE) ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งอนาคตที่มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา พร้อมนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัลและ AI หุ่นยนต์ เทคโนโลยีสะอาด เทคโนโลยีอวกาศ และเทคโนโลยีการเกษตร

หน้าที่หลักของ CP COE เป็นพื้นที่เชื่อมโยงแนวคิด บุคลากร และเทคโนโลยีจากหลากหลายสาขา ผ่านความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วโลก เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ที่แข็งแกร่ง พร้อมเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ ยั่งยืนและขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ในส่วนของแล็ปวิจัยนี้มีพื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร ภายนอกอาจดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความล้ำสมัยระดับโลกเอาไว้ ในเฟสแรกมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 160 ล้านบาทถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นที่สร้าง “อาวุธทางปัญญา” (Wisdom) โดย 70% ของพื้นที่ถูกจัดสรรเป็น Hard Lab สำหรับงานวิจัยที่เข้มข้นด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด

บอกได้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ห้องแล็ปธรรมดา แต่คือศูนย์กลางเทคโนโลยีชีวภาพที่เชื่อมโยง Data ระดับ DNA เข้ากับสุขภาพของพวกเรา

Food Safety ต้องเริ่มจากต้นทางการผลิต

สำหรับอาหารที่ต้องเดินทางไปพร้อมนักบินอวกาศ ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องที่ตรวจสอบเฉพาะตอนผลิตเสร็จแล้ว แต่ต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทางของระบบอาหาร ตั้งแต่การเลี้ยง หากสัตว์มีสุขภาพไม่ดี สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพของวัตถุดิบในระยะต่อมาได้

ยิ่งเมื่ออาหารต้องถูกนำไปใช้ในอวกาศ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัดสูง มาตรฐานก็ยิ่งเข้มงวด อาหารต้องปลอดภัยจากเชื้อก่อโรคและสารตกค้าง สามารถรักษาคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงสี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสได้ตลอดอายุภารกิจ

ในโครงการ Thai Food – Mission to Space มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่าง Nanoracks LLC, MU Space และ Johnson Space Food Lab เพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลลัพธ์คือ เนื้อไก่แบรนด์ CP สามารถนำไปพัฒนาเป็นอาหารสำหรับภารกิจ Axiom Mission 4 เดินทางไปพร้อมยาน Dragon C213 สู่สถานีอวกาศนานาชาติ สะท้อนว่าอาหารไทยสามารถตอบโจทย์ด้าน Food Safety สำหรับภารกิจที่มีข้อจำกัดสูงได้

เบื้องหลังไก่แข็งแรง ใช้ Biotech ตั้งแต่ระดับ DNA ถึงจุลินทรีย์

หัวใจสำคัญของระบบคือการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาดูแลตั้งแต่สายพันธุ์ อาหาร สุขภาพสัตว์ และสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง

คัดเลือกสายพันธุ์ตั้งแต่ต้นทาง – การพัฒนาสายพันธุ์ไก่มีการนำเทคโนโลยีด้าน DNA มาใช้ในการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเหมาะสมและมีสุขภาพแข็งแรง สายพันธุ์ใหม่ต้องผ่านการศึกษาและทดสอบก่อนนำมาใช้จริง เพื่อให้ไก่สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้เกิดจากการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต

ออกแบบอาหารด้วย Biotechnology – หลายคนอาจเข้าใจว่า Biotechnology คือการดัดแปลงพันธุกรรมหรือการใช้สารเคมี แต่ในความเป็นจริง Biotech ยังหมายถึงการนำองค์ความรู้ด้านสิ่งมีชีวิต จุลินทรีย์ เอนไซม์ และระบบชีวภาพมาใช้แก้ปัญหา

หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ สุขภาพลำไส้ของสัตว์ หากระบบจุลินทรีย์ในลำไส้มีความสมดุล สัตว์จะสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และช่วยลดความจำเป็นในการพึ่งพายาปฏิชีวนะ CPF จึงพัฒนาสูตรอาหารให้เหมาะกับไก่ในแต่ละช่วงวัย ใช้วัตถุดิบจากธัญพืชเป็นหลัก พร้อมเสริมวิตามิน แร่ธาตุ และโพรไบโอติก

เบื้องหลังการคัดเลือกโพรไบโอติกมีการศึกษาจุลินทรีย์กว่า 125,000 สายพันธุ์ ก่อนคัดเลือกเหลือเพียง 10 สายพันธุ์ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการดูแลสุขภาพไก่ โดยนักวิจัยจะใช้การ Tagging เพื่อติดตามประสิทธิภาพของจุลินทรีย์กว่า 200 ตัวอย่างพร้อมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ใส่ลงไปสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ไก่จากภายใน ทำให้สามารถเลี้ยงโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างแท้จริง

Smart Farm เฝ้าระวังสุขภาพแบบเรียลไทม์ ตลอดระยะเวลาการเลี้ยง มีการติดตามสุขภาพของไก่และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้ทีมสัตวแพทย์และนักวิจัยสามารถตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง ไก่ในระบบยังผ่านการรับรอง Raised Without Antibiotics หรือ RWA ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะตลอดระยะเวลาการเลี้ยงตามเงื่อนไขของมาตรฐานดังกล่าว

อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือระบบ Biosecurity หรือการป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อโรคตั้งแต่ระดับฟาร์ม ไก่ถูกเลี้ยงในโรงเรือนระบบ Evaporative Cooling ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศ รวมถึงลดโอกาสที่สัตว์ แมลง หรือพาหะนำโรคจากภายนอกจะเข้าสู่ฟาร์ม

นอกจากนั้นยังมีการนำเทคโนโลยี Farm Lab และ AI มาใช้ติดตามสุขภาพ พฤติกรรม และการใช้พลังงานของสัตว์ เพื่อช่วยให้สามารถออกแบบโภชนาการได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

รันด้วย Supercomputers

แล็ปที่นี่มีการลงทุนใน GPU สำหรับ Machine Learning และใช้ Supercomputer ประมวลผลข้อมูลพฤติกรรมสัตว์และ DNA แบบ Real-time ด้วยระบบ Anytime, Anywhere นักวิทยาศาสตร์สามารถล็อกอินจากมุมไหนของโลกก็ได้ เช่น จากญี่ปุ่นตอนตี 3 เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพไก่ในไทย

นอกจากนี้ CP ยังเป็นเอกชนรายเดียวในโลกที่มี Metabolizable Energy Chamber เทคโนโลยีตรวจสอบการเผาผลาญอาหารของไก่ เพื่อกำหนดสูตรโภชนาการที่แม่นยำที่สุด ลดการปนเปื้อนด้วยระบบลำเลียงอาหารที่ไม่ผ่านสัมผัสมือมนุษย์แม้แต่ขั้นตอนเดียว

มาตรฐานความปลอดภัย NASA เข้มงวดที่สุดในโลก

การจะเป็นอาหารให้นักบินอวกาศได้ ต้องผ่านด่านมาตรฐาน NASA STD 3001, Vol 2, Rev D ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่โหดหินที่สุด ไก่ไทยต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและคุณภาพรวมกว่า 40 ขั้นตอน เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายในการปฏิบัติภารกิจในอวกาศ:

  • Zero Pathogens: ต้องปราศจากเชื้อก่อโรคและสารเคมีตกค้าง 100% เพราะหากนักบินป่วยในอวกาศจะเป็นวิกฤตที่รับมือยาก
  • 1-Year Shelf Life: อาหารต้องเก็บรักษาคุณภาพและโภชนาการได้นานอย่างน้อย 1 ปี (เผื่อกรณีฉุกเฉินที่ภารกิจต้องยืดเยื้อ)
  • Zero Debris: เมื่อเปิดซองในสภาวะไร้น้ำหนัก ต้องไม่มีน้ำหรือเศษอาหารกระจายออกมาทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสถานีอวกาศ

อกไก่นุ่มกะเพราโชว์ความเป็นไทย

ความท้าทายสุดท้ายตกเป็นของ Center of Excellence (CoE) ที่ต้องเปลี่ยนงานวิจัยในห้องแล็บให้กลายเป็นเมนูจริงในระดับ Commercial ซึ่งทีมงานได้คิดเอาไว้ 3 รสชาติ แต่สุดท้ายที่เลือกคือ “อกไก่นุ่มกะเพรา” เพื่อสร้างความแตกต่างและเผยแพร่ Soft Power ของไทยซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมาก เพราะต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนและแรงดันสูง

ทีมงานต้องหาจุดสมดุลระหว่างความปลอดภัยสูงสุดและสัมผัสทางรสชาติ นักจุลชีววิทยาต้องการฆ่าเชื้อให้เกลี้ยงที่สุด แต่นักวิทยาศาสตร์อาหารต้องรักษาความ “นุ่ม” ของอกไก่เอาไว้ เมนูนี้ถูกออกแบบมาให้เสิร์ฟเฉพาะอกไก่นุ่มกะเพรา (ไม่มีข้าว) ซึ่งจากการทดสอบเบื้องต้น นักบินอวกาศพบว่ารสชาติ “ไม่เผ็ดเกินไป” และให้สัมผัสที่แปลกใหม่และน่าประทับใจเมื่อเทียบกับอาหารอวกาศแบบเดิมๆ

ก้าวต่อไปสู่การวินิจฉัยมะเร็ง

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่อาหารบนโต๊ะ ปัจจุบัน CoE กำลังขยายพรมแดนความรู้ไปสู่ Future Tech อื่นๆ เช่น โปรตีนทางเลือก, เนื้อเพาะเลี้ยงจากเซลล์และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดเซลล์ในเลือดเพื่อตรวจหามะเร็งได้ก่อนที่จะเกิดก้อนเนื้อจริง ความล้ำสมัยทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...