
ในยุคที่เราแทบจะขาดสมาร์ตโฟนไม่ได้ นักวิทยาศาสตร์เริ่มตั้งคำถามว่า “หากเราลองห่างมือถือสักพัก” สมองของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
ล่าสุดทีมนักวิจัยนำโดย Mike M. Schmitgen และคณะ ได้ทำการทดลองที่น่าสนใจเพื่อหาคำตอบว่า การงดใช้สมาร์ตโฟนเพียง 3 วัน ส่งผลต่อระบบการทำงานของสมองอย่างไรบ้าง
ทีมนักวิจัยได้คัดเลือกอาสาสมัครที่เป็นคนรุ่นใหม่มาเข้าร่วมการทดลอง โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ใช้งานสมาร์ทโฟนหนัก (Excessive Users) และกลุ่มที่ใช้งานปกติ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

ผลการทดสอบพบว่า
1. สมองส่วน “รางวัล” ตื่นตัวขึ้น
หลังจากการงดใช้มือถือเพียง 72 ชั่วโมง สมองส่วน Nucleus Accumbens ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบรางวัลและความพึงพอใจ และ Anterior Cingulate Cortex ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอารมณ์และแรงจูงใจ มีกิจกรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นภาพสมาร์ตโฟน พูดง่ายๆ คือ สมองเริ่มมองว่า “สมาร์ทโฟน” เป็นรางวัลที่มีค่ามากขึ้น คล้ายกับปฏิกิริยาของคนที่พยายามเลิกสารเสพติดแล้วเห็นอุปกรณ์เสพ
งานวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงของสมองกับระบบ Dopamine (โดพามีน) และ Serotonin (เซโรโทนิน) ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ควบคุมความสุขและความอยาก ความเชื่อมโยงนี้ชี้ให้เห็นว่าการใช้มือถือหนักๆ ส่งผลลึกไปถึงระดับสารเคมีในสมอง ไม่ใช่แค่พฤติกรรมความเคยชินเท่านั้น
แม้ว่าอาสาสมัครจะตอบแบบสอบถามว่า “ไม่รู้สึกอยากใช้มือถือเพิ่มขึ้นเท่าไหร่” แต่ผลสแกนสมองในส่วน Parietal Cortex (เกี่ยวข้องกับการประมวลผลสิ่งเร้าและการเคลื่อนไหว) กลับแสดงสัญญาณของความอยากใช้ (Neural Craving) อย่างรัดกุม
งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า “สมาร์ตโฟน” มีอิทธิพลต่อโครงสร้างการทำงานของสมองในลักษณะที่คล้ายกับพฤติกรรมเสพติด (Behavioral Addiction) การงดใช้เพียง 3 วันอาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ความอยากหายไป แต่อาจกลับไปกระตุ้นให้สมองยิ่ง “โหยหา” สิ่งเร้าเหล่านั้นมากขึ้น
แต่ทีมวิจัยระบุว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการศึกษาในระยะยาว เพื่อที่จะเข้าใจว่าเราควรมีวิธี “Digital Detox” อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด โดยไม่ทำให้สมองเกิดอาการเครียดหรือโหยหาจนเกินไป
ที่มา sciencedirect





