
ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความพร้อมขั้นสุดในการดูแลโครงข่ายสื่อสารทั้ง 5G และ 4G เพื่อรองรับคลื่นมหาชนที่จะแห่เข้าใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ในวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 นี้ โดยเตรียมตั้ง War Room และส่ง AI อัจฉริยะเข้ามาช่วยบริหารจัดการสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทรูและดีแทคจะใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่า บริษัทได้จัดตั้ง War Room ขึ้นที่ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ หรือ Business and Network Intelligence Center (BNIC) โดยมีการนำเทคโนโลยี AI ระบบ Autonomous Network เข้ามามอนิเตอร์และบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์ ทั้งการจัดการทราฟฟิกและการปรับโหลดสัญญาณในพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น นอกจากนี้ ทีมงานฝ่ายเน็ตเวิร์กและ IT จะเข้าประจำการสแตนด์บายตั้งแต่ก่อนเปิดระบบในช่วงเช้าของวันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อดูแลเสถียรภาพและความปลอดภัยของสัญญาณอย่างใกล้ชิด
จากการนำฐานข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในอดีตมาวิเคราะห์ โดยอ้างอิงจากการลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ทีมเน็ตเวิร์กพบข้อมูลว่า ยอดการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง ของลูกค้าทรูและดีแทคพุ่งสูงขึ้นกว่าปกติถึง 2,600% ในวันแรกของการเปิดระบบ สำหรับช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่นที่สุดเรียงตามลำดับ มีดังนี้:
นอกจากแผนรับมือวันลงทะเบียนแล้ว ทรูยังได้เตรียมแผนระยะยาวรองรับการใช้สิทธิ์ชำระเงินผ่าน G-Wallet ตลอดระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยประสานงานร่วมกับทีมภาคสนามทั่วประเทศเพื่อเฝ้าระวังคุณภาพสัญญาณในพื้นที่ชุมชนและแหล่งจับจ่ายใช้สอยอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00–22.00 น. โดยจำกัดจำนวนที่ 30 ล้านสิทธิ์ มีเงื่อนไขคือรัฐช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% วงเงินสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือรวมสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน
เพื่อให้การลงทะเบียนในวันแรกเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่พลาดสิทธิ์ ทรู มีข้อแนะนำในการเตรียมความพร้อมดังนี้:





