vivo เปิดตัว vivo Watch 6 สุดพรีเมียมและหูฟัง Open-Ear ทรงหนีบ vivo Buds Clip

THE SUMMARY:

นอกจากเปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับเรือธงใหม่อย่าง vivo X500 ซีรีส์ไปแล้ว vivo ยังเปิดตัวอุปกรณ์สวมใส่อย่าง vivo Watch 6 สมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียม รวมถึงหูฟัง Open-Ear ทรงหนีบอย่าง vivo Buds Clip ออกมาด้วย

vivo Watch 6

vivo Watch 6 มีหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ความละเอียด 466 x 466 พิกเซล และอัตรารีเฟรช 60Hz ขอบหน้าจอบางเพียง 1.49 มม. ความสว่างหน้าจอสูงถึง 3,500 nits สู้แสงแดดได้สบาย กระจกหน้าจอเป็นแซฟไฟร์ป้องกันการขีดข่วนได้เป็นอย่างดี

ด้านการตรวจจับสุขภาพก็มีเซนเซอร์ครบครัน อย่างเซนเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและออกซิเจนในเลือด, เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Accelerometer), ไจโรสโคป (Gyroscope), เซนเซอร์สนามแม่เหล็ก (Geomagnetic), บารอมิเตอร์วัดความกดอากาศ (Barometer) และเซนเซอร์วัดแสงแวดล้อม (Ambient Light)

ตัวเรือนรองรับการเชื่อมต่อ Dual-frequency GPS, Bluetooth 5.4, ชิป NFC รวมถึงมีไมโครโฟนและลำโพงในตัวสำหรับการสนทนา แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 505 mAh ใช้งานต่อเนื่องได้นาน 21 วัน และ 6 วันหากเปิด Always-on display และ 4 วัน หากใช้งาน eSIM ตัวนาฬิกาขับเคลื่อนด้วย BlueOS 4.0 เคาะราคาเริ่มต้นออกมาที่ 999 หยวน หรือประมาณ 4,970 บาท

vivo Buds Clip

vivo ก้าวเข้าสู่ตลาดหูฟังเปิดหูทรงหนีบอย่างเต็มตัวด้วย vivo Buds Clip ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการฟังเพลงตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกอุดอู้หู และยังได้ยินเสียงรอบข้างอย่างปลอดภัย

vivo Buds Clip ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ น้ำหนักเบาเพียง 5.2 กรัมต่อข้าง ดีไซน์สมมาตร หรือ ตัวหูฟังไม่มีการแบ่งข้างซ้ายหรือข้างขวาตายตัว สามารถหยิบขึ้นมาหนีบหูข้างใดก็ได้ ตัวระบบจะตรวจจับและสลับแชนเนลสเตอริโอ ซ้าย-ขวา ให้อัตโนมัติ

คุณภาพเสียงและฟีเจอร์

  • ไดรเวอร์ขนาด 12 มม. ขับเสียงได้อย่างมีพลัง รองรับคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res
  • ระบบเสียงแบบกำหนดทิศทางหรือ Anti-leakage Mode เป็นยิงคลื่นเสียงเข้าสู่ช่องหูโดยตรง ลดปัญหาเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอกซึ่งเป็นข้อจำกัดของหูฟัง Open-Ear ทั่วไป
  • Adaptive Volume ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความดังของสภาพแวดล้อม พร้อมปรับแต่งเสียงผ่าน Equalizer ได้ 10 ย่านความถี่

ตัวหูฟังติดตั้งไมโครโฟน 2 ตัว ทำงานผสานกับ Bone-conduction Sensor หรือเซนเซอร์การสั่นสะเทือนของกระดูก ช่วยแยกเสียงพูดของผู้ใช้งานออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้คุยสายได้คมชัด

ตัวหูฟังสามารถฟังต่อเนื่องได้สูงสุด 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และขยายเวลารวมเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จได้สูงสุดถึง 42 ชั่วโมง และด้วยการชาร์จเพียง 10 นาที ฟังเพลงได้ต่ออีก 3 ชั่วโมง อีกทั้งยังกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP55 และรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 3 เครื่อง ผ่าน Bluetooth

ราคาเริ่มต้น 699 หยวน หรือประมาณ 3,500 บาท หากเป็นรุ่นที่มีเคสชาร์จไร้สายจะอยู่ที่ 799 หยวน หรือประมาณ 3,980 บาท

ที่มา GSMArena, Gizmochina

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...