วิกฤตช่องโหว่ PHP ทำเว็บไซต์ทั่วโลกต้องปิดระบบชั่วคราว หวั่นแฮกเกอร์ใช้ AI เจาะระบบครั้งใหญ่

THE SUMMARY:

เว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลกต้องปิดให้บริการชั่วคราวหลังจากมีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงใน PHP ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์พื้นฐานที่ใช้สร้างเว็บไซต์เกือบ 70% บนโลกอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรระดับโลกต้องเร่งปิดระบบเพื่อป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์

ช่องโหว่ดังกล่าวถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในวันอังคารทำให้รัฐบาลและองค์กรในหลายประเทศ อย่าง เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้สั่งปิดเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐเป็นการชั่วคราวเพื่อเร่งอัปเดตแพตช์แก้ไขช่องโหว่ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบและต้องปิดระบบชั่วคราว ได้แก่

  • สหราชอาณาจักร: เว็บไซต์ของสภาเมืองเอดินบะระ (Edinburgh), บริสตอล (Bristol) และออกซฟอร์ด (Oxford)
  • ฝรั่งเศส: เว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น รวมถึงสำนักงานตำรวจกรุงปารีส (Paris police prefecture)
  • เนเธอร์แลนด์: ระบบบริการยืนยันตัวตนดิจิทัลแห่งชาติ (National digital identity service), เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร และเว็บไซต์ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ
  • ออสเตรเลีย: หน่วยงานข่าวกรองสัญญาณออสเตรเลีย (Australian Signals Directorate) ได้รับผลกระทบชั่วคราวในช่วงข้ามคืน รวมถึงเว็บไซต์ภาครัฐอื่น ๆ
  • แพลตฟอร์มระดับโลก: เนื่องจาก PHP เป็นภาษาหลักของระบบจัดการเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง WordPress รวมถึง Wikipedia, ซอฟต์แวร์ Slack และโครงสร้างดั้งเดิมของ Facebook ทางมูลนิธิวิกิมีเดียจึงได้ประกาศปิดระบบหลายส่วนในวันพุธเพื่อเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าจนกว่าจะติดตั้งแพตช์เสร็จสิ้น

องค์กรผู้ดูแลภาษา PHP หรือ The PHP Foundation ได้ออกแพตช์แก้ไขอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่นี้ส่งผลให้เว็บไซต์หลายล้านแห่งทั่วโลกต้องได้รับการแก้ไข ท่ามกลางคำเตือนระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง อย่าง สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) แนะนำให้ทุกองค์กรที่ใช้ภาษา PHP นำระบบเข้าสู่ออฟไลน์ทันที หากยังไม่สามารถติดตั้งแพตช์ได้ในเวลานั้น โดยระบุว่าช่องโหว่นี้อาจเปิดทางตรงให้ผู้โจมตีเข้าถึงไฟล์ระบบหรือฐานข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ได้ ทั้งนี้ ทำเนียบขาวแถลงว่าได้รับทราบถึงช่องโหว่ดังกล่าวมาก่อนหน้าแล้ว

ความน่าสนใจของวิกฤตครั้งนี้คือ ช่องโหว่ดังกล่าวซ่อนอยู่ใน Codebase ของ PHP มานานกว่า 10 ปี และมีความซับซ้อนสูงมากจนแฮกเกอร์ที่เป็นมนุษย์แทบไม่สามารถเจาะหรือตรวจพบได้เอง แต่ถูกค้นพบได้ด้วย AI

  • OpenAI ระบุว่าตนได้นำกลุ่มพันธมิตรนักวิจัยค้นพบช่องโหว่นี้โดยใช้เทคโนโลยี Frontier AI เป็นกุญแจสำคัญ
  • Calif บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยผ่านบล็อกว่าค้นพบช่องโหว่นี้ด้วยการประมวลผลของ LLM ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และได้ร่วมพัฒนาแพตช์แก้ไขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
  • Wiz บริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ในเครือ Alphabet หรือที่รู้จักกันดีในฐานะบริษัทแม่ของ Google ระบุว่าตรวจพบช่องโหว่นี้เช่นกัน โดยใช้เครื่องมือวิจัยช่องโหว่อัตโนมัติ Wiz Atlas ร่วมกับโมเดล Gemini 4 Argon ของ Google และ GPT-5.6 Sol ของ OpenAI

ที่มา The Guardian

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...