Plaud เปิดตัวหูฟัง AI รุ่นใหม่ พร้อมเคส eSIM สั่ง AI ได้แม้ไม่มีมือถือ

THE SUMMARY:

เมื่อ AI กำลังกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ต้องเรียกใช้ได้ทุกที่ Plaud เลยเปลี่ยนหูฟังให้กลายเป็นอุปกรณ์จดจำและสั่งงาน AI พร้อมเคสที่รองรับ eSIM ให้ทำงานได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่อมือถือ

Plaud บริษัทที่พัฒนาอุปกรณ์ AI สำหรับบันทึกและสรุปเสียง เปิดตัว Plaud One หูฟังไร้สายรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อบันทึกการสนทนาและการโทรโดยเฉพาะ พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและช่วยทำงานต่อจากบทสนทนา ตัวหูฟังมาในดีไซน์เรียบง่ายคล้าย AirPods พร้อมไดรเวอร์ขนาด 12 มม. และระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation ขณะที่ เคสชาร์จมีไมโครโฟนในตัว สามารถใช้บันทึกการสนทนาแบบตัวต่อตัวได้

เคสรองรับ eSIM ไม่ต้องพึ่งมือถือ

ความน่าสนใจของ Plaud One ไม่ได้อยู่แค่การบันทึกเสียง แต่คือ เคสที่รองรับ eSIM ทำให้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและสั่งงาน AI ของ Plaud ได้จากระยะไกล โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์

หลังจากบันทึกและถอดเสียงแล้ว AI สามารถนำข้อมูลไปทำงานต่อได้ เช่น สรุปการประชุม เขียนอีเมลติดตามผล หรือสร้างเอกสารและงานนำเสนอ โดยเชื่อมต่อกับบริการอย่าง Gmail, Google Calendar, Notion และ Slack ได้

ตัวเคสสามารถบันทึกเสียงได้ชัดเจนในระยะประมาณ 5 เมตร ส่วนหูฟังรองรับการบันทึกประชุมได้นานสูงสุด 6 ชั่วโมง และการโทรประมาณ 3 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เมื่อใช้ร่วมกับเคสสามารถบันทึกเสียงรวมได้สูงสุดประมาณ 25 ชั่วโมง

Plaud อยากให้ AI อยู่กับเราตลอดเวลา

Plaud มองว่าหูฟังเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่เหมาะกับการเป็นอินเทอร์เฟซสำหรับ AI เพราะผู้ใช้สวมใส่อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน และสามารถเรียกใช้งานได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ตลาดนี้กำลังแข่งขันกันอย่างหนัก เพราะนอกจาก Plaud แล้ว ยังมีทั้งผู้ผลิตหูฟังและสตาร์ทอัพหลายรายที่พัฒนาอุปกรณ์สำหรับบันทึกเสียงและสรุปด้วย AI เช่นกัน Plaud One จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าหูฟัง แต่เป็น อุปกรณ์สวมใส่สำหรับเชื่อมต่อกับ AI โดยตรง

ด้านบริการ ผู้ซื้อจะได้รับโควตาถอดเสียงฟรี 300 นาทีต่อเดือน ส่วนการใช้งานเพิ่มเติมจะมีแพ็กเกจแบบเสียเงิน ขณะที่ Plaud เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ AI Agent สำหรับการทำงานอัตโนมัติในอนาคต

Plaud One เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้วในราคา 249 เหรียญ (8,260 บาท) มีกำหนดเริ่มจัดส่งในช่วงไตรมาส 4 ปี 2026 โดยล็อตแรกจะมีจำนวนจำกัด เพื่อทดสอบว่าผู้บริโภคพร้อมเปลี่ยนจากหูฟังทั่วไปมาใช้ หูฟังที่คุยกับ AI ได้มากน้อยแค่ไหน

ที่มา techcrunch

นักเขียนสาย Introvert ที่ชื่นชอบเรื่องนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างกับ มังงะ, เสียงเพลงและ idol

Sidebar Search
Popular Now
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...