
Android Headlines ปล่อยภาพหลุดและและข้อมูลของแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่จาก Samsung ที่วางตำแหน่งเป็นคู่แข่งของ Ray-Ban Meta

ภาพที่หลุดออกมาเคลมว่าเป็นถ่ายจริงของเครื่องต้นแบบ จากข้อมูลเบื้องต้น แว่นตารุ่นนี้จะไม่มีหน้าจอแสดงผล เช่นเดียวกับ Ray-Ban Meta และดูเหมือนว่าทั้งดีไซน์และแนวคิดจะได้รับแรงบันดาลใจจากคู่แข่งรายค่อนข้างชัดเจน
แม้รายละเอียดสเปกยังไม่ครบถ้วน แต่มีการระบุว่าอาจใช้กล้องความละเอียด 12MP โดยดีไซน์ของ Samsung ออกแบบให้กล้องนูนออกมาอย่างชัดเจน อาจเพื่อให้คนรอบข้างสังเกตได้ง่ายว่าเป็นแว่นตาที่มีกล้องในตัว
ส่วนชิปประมวลผลเป็น Qualcomm Snapdragon AR1 และแบตเตอรีที่ใกล้เคียงกับแว่นของ Meta อีกจุดที่น่าสนใจคือเลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ ซึ่งในฝั่ง Ray-Ban Meta ถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม
ข้อมูลที่หลุดมายังขาดรายละเอียดสำคัญหลายอย่าง เช่น คุณภาพการถ่ายภาพ/วิดีโอ อายุแบตเตอรี่ หรือฟีเจอร์ไมโครโฟน มีความเป็นไปได้ว่า Samsung จะเปิดตัวอุปกรณ์นี้ในงาน Galaxy Unpacked ช่วงเดือนกรกฎาคม โดยราคาที่ลือกันอยู่ระหว่าง 379–499 เหรียญ (12,300 – 16,200 บาท) ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ Ray-Ban Meta

ส่วนชื่อผลิตภัณฑ์นั้นอาจใช้ชื่อว่า “Galaxy Glasses” ซึ่ง Samsung จะเคยยื่นจดเครื่องหมายการค้าชื่อนี้ตั้งแต่ปี 2023 แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
แว่นตารุ่นดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระบบ Android XR ของ Google ซึ่งไม่ได้มีแค่ Samsung ที่พัฒนาอุปกรณ์ในกลุ่มนี้ โดย Google ยังร่วมมือกับแบรนด์อื่นอย่าง Gentle Monster, Warby Parker รวมถึง Kering (บริษัทแม่ของ Gucci) เพื่อพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะหลากหลายรุ่นในอนาคต
นอกจากนี้ Samsung กำลังพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะรุ่นที่สองในชื่อรหัส “Haean” ซึ่งอาจมาพร้อมหน้าจอแสดงผล คล้ายกับอุปกรณ์ของ Meta และมีแผนเปิดตัวในปี 2027 ด้วยราคาที่สูงขึ้นในช่วง 600–900 เหรียญ (19,500 – 29,300 บาท)
การที่ Samsung เลือกเปิดตัวแว่น “ไม่มีจอ” ก่อน สะท้อนกลยุทธ์ลดความเสี่ยงและทดสอบตลาดในกลุ่มแมส เหมือนที่ Meta ทำสำเร็จมาแล้ว จุดชี้ขาดจริงจึงไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ “ประสบการณ์ AI และ ecosystem” ว่าจะเชื่อมกับสมาร์ทโฟนและบริการของตัวเองได้ดีแค่ไหน
อีกด้านหนึ่ง การใช้ Android XR ของ Google อาจช่วยให้ Samsung ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ และมีโอกาสสร้าง ecosystem ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นได้เร็วขึ้น แต่ก็แลกมากับความท้าทายในการ “สร้างความแตกต่าง” เพราะคู่แข่งหลายรายก็ใช้แพลตฟอร์มเดียวกัน
ที่มา roadtovr





