
Meta กำลังเร่งเครื่องเข้าสู่ยุค AI Agent อย่างเต็มตัว หลัง “Muse” ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลตัวใหม่ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในสหรัฐฯ ขณะที่ Mark Zuckerberg เตรียมใช้เวที Meta Connect เปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI และฮาร์ดแวร์ใหม่
Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Meta เตรียมเปิดตัวอุปกรณ์ AI รุ่นใหม่ในงานประชุมประจำปี Meta Connect ที่สำนักงานใหญ่ในซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทใช้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งแว่นตาอัจฉริยะและอุปกรณ์ VR โดยทิศทางสำคัญยังคงอยู่ที่การทำให้ Wearables กลายเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึง AI

Meta เองกำลังได้รับแรงส่งจาก Muse ผู้ช่วย AI Agent ที่เปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยสามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้หลากหลาย ตั้งแต่ สั่งซื้อของชำ จองการเดินทาง จัดตารางเวลา ไปจนถึงช่วยจัดการงานด้านการเงิน ทำให้ Muse กลายเป็นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดบนทั้ง Apple App Store และ Google Play ในสหรัฐฯ อย่างรวดเร็ว
Muse ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าแชตบอตทั่วไป เพราะสามารถทำงานแบบอัตโนมัติผ่านกลุ่ม AI Agent และปรับการทำงานให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนได้ โดย Meta ต้องการให้ระบบสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลต่างๆ เช่น อีเมล ปฏิทิน และบริการทางการเงิน เพื่อช่วยจัดการกิจวัตรประจำวัน
การทำให้ AI สามารถ “ลงมือทำแทนผู้ใช้” ก็มาพร้อมความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่อง ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เนื่องจาก Agent จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลและบริการส่วนบุคคลในระดับที่ลึกกว่า AI Assistant ทั่วไป ก่อนหน้านี้ Meta ยังต้องแก้ไขช่องโหว่ที่อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมระบบ Agent ของผู้ใช้งานได้ ขณะที่ Amazon ก็จำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มช้อปปิ้งของบริษัทจาก Agent ภายนอก
อีกด้านหนึ่ง Meta ยังคงเดิมพันกับ แว่นตาอัจฉริยะ Meta Ray-Ban ซึ่งมาพร้อมกล้อง ไมโครโฟน ลำโพง และการเชื่อมต่อกับ AI แม้จะมีข้อกังวลเรื่องการนำอุปกรณ์ไปใช้แอบบันทึกภาพหรือวิดีโอผู้อื่น โดยตัวแว่นมีไฟ LED เพื่อแจ้งเตือนเมื่อกำลังบันทึกภาพหรือวิดีโอ
ตลาด Wearable AI เองก็กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น โดยข้อมูลจาก Counterpoint Research ระบุว่า การจัดส่งแว่นตาที่มาพร้อม AI เพิ่มขึ้น 263% ในช่วงครึ่งแรกของปี ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Google, Samsung และ Apple ก็อยู่ในกลุ่มที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดนี้เช่นกัน
สำหรับ Muse ในช่วงแรก Meta เปิดให้ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ ใช้งานฟรี พร้อมแพ็กเกจแบบเสียเงินสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในปริมาณมากขึ้นที่ 20 และ 100 เหรียญต่อเดือน โดยบริษัทระบุว่าจะไม่นำข้อมูลจาก Muse ไปแชร์กับระบบโฆษณาของ Meta
ที่มา ft






