
Meta จับมือกับ Walmart, Stripe, Sierra และบริษัทเทคโนโลยีอีกหลายราย เปิดตัว Personal Agent Protocol มาตรฐานแบบเปิดที่ต้องการกำหนดกติกากลางสำหรับการสื่อสารระหว่าง AI Agent กับธุรกิจ
เมื่อ AI Personal Agent กำลังเข้ามาทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่แค่ AI จะเก่งแค่ไหน แต่คือธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังคุยกับคนจริง หรือ AI ที่ทำงานแทนเรา เป้าหมายสำคัญของมาตรฐานนี้ คือทำให้เว็บไซต์และบริการต่างๆ สามารถ ระบุตัวตนของ Personal Agent ได้อย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดว่า AI สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือทำธุรกรรมอะไรได้บ้าง แทนที่จะปล่อยให้แต่ละบริษัทต้องหาวิธีรับมือกับ AI Agent กันเอง

ประเด็นนี้เริ่มชัดเจนขึ้นหลัง Muse ของ Meta กลายเป็น Personal AI Agent ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ช่วยผู้ใช้ทำงานต่างๆ ตั้งแต่ค้นหาสินค้า เลือกของขวัญ ไปจนถึงจองบริการต่างๆ แต่การที่ AI สามารถเข้าไปทำงานบนเว็บไซต์แทนมนุษย์ ก็สร้างความกังวลให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงข้อมูลและการทำ Web Scraping เช่น Amazon เคยบล็อก AI Agent ของ Meta รวมถึง Perplexity เนื่องจากกังวลเรื่องการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต
Bret Taylor ผู้ร่วมก่อตั้ง Sierra และประธานบอร์ด OpenAI มองว่า ปัญหาสำคัญคือธุรกิจต้องสามารถแยกให้ออกว่า AI ตัวไหนเป็น Personal Agent ที่ทำงานในนามของผู้ใช้ กับบอตทั่วไปที่เข้ามาเข้าถึงบริการโดยไม่มีเจ้าของที่ชัดเจน
Taylor เปรียบเทียบแนวคิดนี้กับการล็อกอินเว็บไซต์ผ่านบัญชี Google หรือ Facebook ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์รู้ว่าผู้ใช้งานเป็นใคร ในโลกของ AI Agent ก็เช่นกัน มาตรฐานใหม่นี้จะช่วยให้ธุรกิจรู้ว่า กำลังติดต่อกับ AI ตัวไหน ทำงานแทนใคร และได้รับอนุญาตให้ทำอะไรได้บ้าง

ด้าน David Singleton จาก Meta Superintelligence Labs มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ Personal Agent จำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว รวมถึงข้อมูลการชำระเงินของผู้ใช้ มาตรฐานกลางจึงควรช่วยเพิ่มทั้งความโปร่งใสและการควบคุมข้อมูล เขาเปรียบแนวคิดนี้กับ อีเมล ที่สามารถสื่อสารข้ามบริการและบริษัทต่างๆ ได้ เพราะทุกฝ่ายใช้มาตรฐานกลางเดียวกัน
Meta ระบุว่า Muse มีผู้ใช้งานหลายล้านคนในสหรัฐฯ และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยผู้ใช้เริ่มนำไปทำงานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ลงทะเบียนเรียนให้ลูก ซื้อของขวัญ ไปจนถึงนัดหมายทำฟัน แต่ OpenAI และ Anthropic ยังไม่ได้เข้าร่วมมาตรฐานนี้ในตอนนี้ ขณะที่ Taylor คาดหวังว่าในอนาคตบริษัท AI รายใหญ่จะเข้ามาสนับสนุนมากขึ้น
ที่มา cnbc






